หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ ลุกโต...

บิ๊กตู่ ลุกโต้ยิบ ปมตู้ห่าว ย้อนญาติรมต. พรรคไหน เหน็บซ้ำ รบ.นี้ไม่มีขายบ้านแถมสัญชาติ

16.02.23 | 15:09 น.

‘นายกฯ’ ย้อน ‘เพื่อไทย’ ปม ‘ตู้ห่าว’ ขนเงินฟอกซื้อหมู่บ้านหรูยกหมู่บ้าน เหน็บ รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายขายบ้านแถมสัญชาติ ยัน ไม่ละเลยทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แจง รัฐบาลพยายามปราบยาเสพติด แต่ไม่ฆ่าตัดตอน เหน็บ ‘อมรัตน์’ มีปัญหากับกม.อยู่คนเดียว

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นวันที่สอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่สมาชิกร่วมกันอภิปราย ซึ่งกรณีพฤติกรรมของนายตู้ห่าว หรือ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ตนขอย้อนไปว่า พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นมานานพอสมควร ตั้งแต่ก่อนปี 57 ตัวของนายตู้ห่าว เข้ามาตั้งแต่ปี 54 และมีการอนุมัติเรื่องสัญชาติตั้งแต่ปี 2554 กระบวนการเรื่องสัญชาติดำเนินมาเรื่อยจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เมื่อเสนอมาตรวจสอบแล้วถูกต้องจึงได้อนุมัติตามขั้นตามกฎหมาย ทั้งนี้ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในวันนี้ ตนสงสัยว่าที่ผ่านมาไม่มีใครทราบเลยหรือ วันนี้มีการให้ข้อมูลจากประชาชน ตนก็รับมาทุกเรื่องให้มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวน ตนไม่อยากโทษใคร มันอาจจะถูกปล่อยปละมานานแล้วงินเหล่านี้ตนย้อนกลับไปให้สอบสวนกลับมาว่าใช้กันอย่างไร จึงทราบว่าได้ใช้ในการซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์ เรียกว่ายกหมู่บ้าน ไม่รู้ว่าบริษัทของใครเหมือนกัน รัฐบาลนี้ไม่มีแน่นอนเรื่องการขายบ้านแล้วแถมสัญชาติให้ ถ้าไปตรวจสอบดีๆ ภรรยานายตู้ห่าวก็มีความเกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรีบางพรรค และขอยืนยันว่า ตั้งแต่ต้นที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ มาพบตน ก็ได้รับฟังท่านแล้วส่งข้อมูลให้ตำรวจดำเนินการทันที หลักนิติธรรมก็ต้องมี ตนทำถูกต้องแต่อาจไม่ถูกใจทุกคน การดำเนินการอยู่ในขั้นตอน มีทั้งเปิดเผยได้ และเปิดเผยไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงถึงการออกหมายเรียกนายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้มีการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และขยายผลดำเนินคดีได้หลายราย ซึ่งที่สมาชิกอภิปรายว่ามีส.ว.เข้าไปเกี่ยวข้องพัวพัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และตามกฎหมาย ป.วิอาญา ส่วนการเพิกถอนหมายจับเป็นดุลยพินิจของฝ่ายตุลาการ ซึ่งมีความเห็นให้พนักงานสอบสวนไปออกหมายเรียกก่อน เรื่องนี้ตนไม่ขอเข้าไปก้าวก่าย ไม่ได้ช่วยเหลือใคร นี่เป็นกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายบริหาร เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครเอื้อประโยชน์ช่วยเหลือได้

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงประเด็นธุรกิจจีนสีเทาผับจินหลิง ว่า เรื่องนี้ตำรวจนครบาลมีการสืบสวนสอบสวน ตรวจค้น จับกุม และขยายผล ได้ผู้ต้องหาหลายสิบราย บางรายที่หลบหนีมีการออกหมายจับ และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมมาดำเนินคดี ส่วนที่พูดว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพัน ผู้บังคับบัญชาได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน มีการออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว รายใดมีความผิดอาญาด้วยก็ดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย ส่วนกรณีนายหยู ซินฉี ตั้งสมาคมปลอมช่วยทำวีซ่านำทุนจีนสีเทาเข้าประเทศในช่วงปี 63–64 จำนวน 7,000 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองช่วยเหลือ วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และชี้แจงความคืบหน้าเป็นระยะแล้ว หากพบเจ้าหน้าที่คนใดกระทำผิดจะดำเนินการทั้งวินัย และอาญา ไม่มีข้อยกเว้น รวมทั้งคนไทยหลายคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

Advertisement

นายกฯ ชี้แจงต่อว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นที่ท่านอภิปราย หลายท่านก็ยังกล้าพูดออกมา รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีหลายคนก็มีปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นติดคุกหลายคน ไปต่างประเทศก็มี แต่ตั้งแต่รัฐบาลปี 57 ของตนยังไม่มีรัฐมนตรีติดคุกสักราย นี่คือข้อเท็จจริง ส่วนที่มีสมาชิกอภิปรายถึงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตนไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร คนดีๆไม่เห็นมีปัญหา ส่วนท่านมีปัญหากับกฎหมายทุกฉบับ แต่อย่าลืมว่าคนที่เหลือเขาอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันก็ไม่เห็นเดือดร้อน ทั้งนี้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมาย โดยมีนายกฯ เป็น ผอ.กอ.รมน. ซึ่งกอ.รมน.เป็นหน่วยงานที่ต่อต้านภัยคุกคามทุกรูปแบบ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ และทหาร หลายประเทศมีหน่วยงานในลักษณะนี้เช่นกัน ไม่ใช่ว่ามีเพื่อรักษาอำนาจให้ตน

ส่วนการนิรโทษกรรม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เรามีการอภัยโทษแล้ว เรื่องนิรโทษเป็นเรื่องของสภาฯ แต่ถ้าถามตนก็ไม่เห็นด้วย รู้สึกว่าท่านมีปัญหากับกฎหมายทุกฉบับ ให้ยกเลิกนั่นนี่ ปล่อยคนนั่นนี่ อีกหน่อยจะอยู่กันอย่างไร จะอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ปลุกปั่นเด็กเล็ก เด็กอายุ 14 ออกมาได้อย่างไร เขาควรจะเรียนหนังสือ แล้วก็มาแอบอยู่ข้างหลังตัวเองไม่โดนคดีอะไร หรือโดนแล้วมีสิทธิ์คุ้มครองก็ว่ากันไป

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงถึงสถานการณ์ภาคใต้ ว่าท่านต้องพูดอย่างระมัดระวัง เพราะเกี่ยวพันกับหลายประเทศ จำเป็นต้องมีกลไกในการแก้ปัญหา ที่เจ้าหน้าที่ลงไปไม่ได้ไปควบคุมคน ไม่ได้ไปกดหัวคน ท่านมองทุกอย่างที่ทำว่ากดหัวคนไปหมดแล้วจะทำงานกันอย่างไร วันนี้การเดินหน้าแก้ปัญหาใต้เดินไปได้เยอะแล้ว มีความร่วมมือกันนอกประเทศด้วย ถ้าไม่รู้แล้วอย่าพูด หลายท่านอยู่ใต้ท่านก็รู้ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่าในส่วนของการแก้ปัญหายาเสพติด ขอให้ทุกท่านไปดูว่าเขาทำงานอะไรกันบ้าง ถ้าท่านอ้างว่ามีคนได้ประโยชน์ก็แจ้งมาให้สอบสวนดำเนินคดี ถ้าใครเกี่ยวข้องก็ลงโทษ เพราะพูดอะไรเปล่าๆก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา สถานการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราก็พยายามแก้ แต่คนชั่วก็ชั่วมากขึ้นมีวิธีการใหม่ๆ เราก็ต้องหาทางแก้กันต่อไป ทุกเรื่องต้องแก้ไขปรับปรุงไม่ใช่ปราบยาเสพติดฆ่าคนทิ้ง 2 – 3 พันคนไปเฉยๆ ปัญหานี้ซับซ้อน เรากำหนดเป็นวาระแก่งชาติ แต่ตราบใดที่มีคนชั่วอยู่ก็ต้องมีคดีแบบนี้ เราจึงต้องรักษากฎหมาย ส่วนคนเลวก็ถูกกำจัดไปตามกฎหมายด้วย รัฐบาลแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมิติที่เกี่ยวข้อง ท่านต้องช่วยตนด้วย ท่านไม่ชอบยาเสพติด ตนก็ไม่ชอบยาเสพติดเหมือนกัน

ช่วงท้ายของการชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ตนเดินทางไปต่างประเทศไม่เห็นใครรังเกียจตนสักคน ผู้นำทุกประเทศก็พูดกับตน เขายังชื่นชมเรื่องการแก้ปัญหาโควิด–19 ชุมชนไม่ต้องปิด โรงงานไม่ต้องปิดยังทำงานได้อยู่ นี่คือสิ่งดีที่เกิดขึ้นแต่ท่านมองไม่เห็น ท่านเห็นแต่สิ่งไม่ดี บางอย่างท่านไม่เข้าใจ ไม่ร่วมมือ ไม่เคารพกฎหมาย ทั้งที่กฎหมายคือความเท่าเทียม ท่านแยกคนทุกกลุ่มไปหมด ประชาธิปไตยที่ถูกต้อง คือมีสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ สิ่งสำคัญต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น เด็กหลายคนถูกบิดเบือน ท่านต้องรับผิดชอบด้วยแล้วกันในวันหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯ ชี้แจงเสร็จสิ้น นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ลุกขึ้นเพื่อซักถามนายกฯอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่ได้ชี้แจงหลายประเด็น และอยากให้นายกฯ พูดให้ชัดเจนว่ากรณีนายอุปกิตจะทำอย่างไร และที่ตั้งของพรรครวมไทยสร้างชาติที่นายกฯสังกัดอยู่ เกี่ยวข้องกับนายอุปกิตต้องทำอย่างไร ส่วนนายตู้หาวที่ท่านบอกว่าเกี่ยวข้องกับคนนั้นคนนี้ ขอให้จัดการด้วย รวมถึงขอให้จัดการ ร.อ.ธรรมนัส เผ่าพรหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะมีความเกี่ยวข้อง และสุดท้ายขอทราบแนวทางการจัดการนายหยู ซินฉี ที่มีการแอบอ้างสถาบัน และนายกฯด้วย แต่นายกฯได้เดินลุกออกจากห้องไปแล้ว