‘ปดิพัทธ์’ แฉแหลก เส้นทางกินหัวคิว บ้านพักทหาร ต้นเหตุกราดยิงโคราช

16.02.23 | 16:30 น.

‘ปดิพัทธ์’ แฉ แหลกกองทัพโกงบ้านทหาร โดยมีทหารยศจ่าเป็นมือมืด หักค่าหัวคิว 5% อมเงินค่าส่วนต่างค่าบ้าน ตั้งแต่ปี 54-63 ก่อนเหตุการณ์กราดยิงโคราช จี้ นายกฯ ตอบ เส้นทางสู้แล้วรวยหน่อย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เสนอโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า การทุจริตของกองทัพ ตั้งแต่ยึดอำนาจมา เป็นยุคทองของการทุจริตคอร์รัปชั่นแทบทุกหน่วย เกิดเรื่องฉาวโฉ่ไม่เว้นแต่ละวัน ปิดเอาไว้ด้วยหน้ากากคนดี คงไม่ลืมโศกนาฏกรรมกราดยิงที่โคราช ที่มีผู้เสียชีวิต 30 คนบาดเจ็บ 58 คนในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 5 คน ผ่านมา 3 ปีแล้ว ซึ่งเราต้องไม่ลืมสาเหตุการตัดสินใจของจ่าคลั่ง มาจากความโกรธแค้นที่ตัวเองถูกโกงเงินในโครงการซื้อบ้านของกองทัพบก เขาโกรธแค้นกับวัฒนธรรมคอร์รัปชั่นของกองทัพที่ทำกันเป็นเรื่องปกติ ทุจริตกันจนเคยตัว คนทำผิดเป็นพี่ น้อง นายทหารกันหมด แล้วลอยนวลไร้ความยุติธรรม สรุปผลงานปฏิรูปประเทศของ คสช. คือเราได้ทหารเป็นโจรในเครื่องแบบ ซึ่งตนขอตั้งชื่อว่า “ปิดคดี กราดยิงโคราช จับโจรในคราบทหาร ทำนาบนหลังกำลังพล”

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการโกงบ้านทหาร โครงการบ้านทหารของกรมสวัสดิการทหารบก โดยผู้ประกอบการขายบ้านรายใดที่จะเข้าร่วมกับโครงการนี้ก็จะต้องได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการทหารบก ทางกรมฯก็จะออกใบอนุญาตว่าผู้ประกอบการรายใดขายได้ที่ไหน จังหวัดไหนบ้าง โดยขั้นตอนการกู้ ถ้าตนเป็นทหารคนหนึ่งกู้เงินซื้อบ้านของโครงการนี้ก็ต้องเริ่มจากการขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาในหน่วยที่ตนสังกัดก่อน เพื่อตรวจสอบสถานะการเงิน หนี้สินต้างๆให้เรียบร้อย เมื่ออนุมัติแล้วก็เอาไปยื่นกรมสวัสดิการฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุมัติขอกู้ มีกรรมการมาตรวจหลักทรัพย์มาพิจารณาว่าบ้านที่จะซื้อมีมูลค่าเทียบเท่าเงินที่กู้หรือไม่ จึงถึงเวลาทำมาหากินของนายทหาร มีตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง 3 ตำแหน่ง 1.เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ยศ พลตรี 2.ผอ.กองการออมทรัพย์ ยศ พันเอกพิเศษ และ 3.ตำแหน่งที่น่าจะเป็นจุดรวมเงินหัวคิวทั้งหมดเอาไว้ก่อนแจกจ่ายต่อ คือ เสธ.เงินกู้ ยศพันโท

นายปดิพัทธ์ กล่าวด้วยว่า ตามขั้นตอนปกติ เมื่อมีการอนุมัติเงินกู้กำลังพลที่กู้เงินก็ต้องไปรับเช็คที่กรมสวัสดิการฯ แล้วเอาเช็คไปขึ้นเงินแล้วจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการขายบ้านด้วยตัวเอง แต่กลับมีมือมืดมาดำเนินการให้ ซึ่งมือมืดส่วนใหญ่ มียศแค่จ่า แต่โดนนายใช้ให้ทำงานมือ คือ ตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง 3 ตำแหน่งและกรรมการตรวจหลักทรัพย์ เป็นคนใช้ โดยกลุ่มคนพวกนี้หาผลประโยชน์ เป็นสองก้อน คือก้อนที่หนึ่งค่าธรรมเนียม 5 เปอร์เซนต์ โดยผู้ประกอบการบ้านต้องจ่าย ก้อนที่สองคือเงินส่วนต่างค่าบ้าน โดยการประเมิณราคาบ้านสูงกว่าความเป็นจริงมากๆ เพื่อให้ผู้กู้ได้ส่วนต่างเยอะๆ เงินทอนส่วนต่างนี้จะมากน้อยเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับตกลงกับผู้ประกอบการ ซึ่งเรื่องมีการแฉว่ามีการทุจริตในโครงการเมื่อปี 65 และเข้าสู่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง โดยเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกมาชี้แจง ยืนยันว่ากำลังพลต้องไปรับเช็คด้วยตัวเองที่กรมสวัสดิการฯ ทุกใบ ซึ่งต้องมีใบรับเช็ค เมื่อขอใบรับเช็คผ่านมาแล้ว 4 เดือน เจ้ากรมฯ ก็ยังไม่ส่งให้อ้างว่าเป็นเอกสารลับความมั่นคง ตนรู้ว่าไม่ใช่ความมั่นคงของชาติแน่ๆ

Advertisement

“กรณีที่เกิดขึ้นจริง โดยผู้ประกอบการสองรายให้ข้อมูลมาว่า จะมีมือมืดคนแรกชื่อจ่า ส. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการทหารบก จะทำหน้าที่ในการปลอมลายเซ็นต์ แล้วรับเช็คแทนผู้กู้ทั้งหมดไป ทำงานมือนี้มาตั้งแต่ปี 54-63 รวมแล้ว 620 รายการ มูลค่า 812 ล้านบาท วิธีการคือ จ่าส.จะเอาเงินเข้าบัญชีของตัวเองก่อน จากนั้นก็ถอนเงินทั้งหมดให้ผู้ประกอบการขายบ้าน ขั้นตอนนี้จุดประสงค์คือไม่ให้กำลังพลได้รับเงินกู้ด้วยตัวเอง แล้วผู้ประกอบการขายบ้านก็ต้องโอนเงิน 5 เปอร์เซนต์ค่าหัวคิวไปให้มือมืดรายที่สอง รายนี้ชื่อจ่าธ. ตอนนี้อยู่ในการคุ้มครองพยานเรียบร้อยแล้ว จ่าธ.ได้รับมอบหมายให้ดูแฟ้มของผู้ประกอบการทั้งหมด ก็จะโอนเงินก้อนนี้ไปให้กับนาย และโครงการนี้ตั้งแต่ปี 54-63 มีเสธ.ผลัดกันขึ้นมา 3 คน 54-59 เป็นพันเอก ภ. 59-62 พันเอก ส. 62-63 พันเอก ช.” นายปดิพัทธ์ กล่าว

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ถ้าข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ จ่า ธ.ให้การไว้ ก็จะมีการโอนทอน 5 เปอร์เซนต์ให้กับ เสธ.เหล่านี้ จากนั้นไปไหนต่อ จ่า ธ.ไม่ทราบแต่ตนสันนิษฐานว่าไม่ได้จบที่เสธ.เงินกู้แน่ๆ ซึ่งตนมีหลักฐานเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์ ของ จ่า ส.มีหน้าที่รับเงินกู้บ้านไปแจกจ่ายต่อ วันที่ 15 สิงหาคม – 23 กันยายนจ่าคนหนึ่งในกองทัพบกมีเงินเดินบัญชี 181 ล้านบาท แบ่งยอดเป็นเงินฝาก 90.6 ล้านบาท ถอนไป 90.46 ล้านบาท ส่วนรายวันมีเงินเข้าจำนวนมาก และมีการถอนออกไป จนเหลือ 2 หมื่นบาทเท่าเดิม ซึ่งการเดินเงินเข้าออกแบบนี้เกิดขึ้นทุก 3 วัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เจ้าของบัญชีต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ นี่คือเด็กเดินบัญชีให้กับแก๊งผู้ใหญ่ในกองทัพ นอกจากนั้นยังมีเงินเข้าตอนเช้า 1,499,356 บาท ตอนเย็นเงินดังกล่าวออก ซึ่งตนมีหลักฐานเป็นแชทไลน์ของจ่าธ.ที่มีสลิปที่ส่งเงินให้นาย ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐีสู้แล้วรวย เป็นเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรมว.กลาโหมช่วยตอบหน่อยว่าขบวนการปรสิตแบบนี้รู้จักหรือไม่ หรือคุณเป็นคนดีจนไม่รู้เรื่องชั่วๆพวกนี้เลย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพราะเมื่อเปลี่ยนคนในตำแหน่งแล้วรูปแบบการกินหัวคิวก็ยังดำเนินต่อไป

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ระดับเจ้ากรมสวัสดิการทหารก็เอี่ยวด้วย โดยมีแชทไลน์ เสธ.ชา หน้าเงินกู้ ซึ่งเกิดหลังกราดยิงแล้ว ที่สนทนากับผู้ประกอบการว่า เสธ.ได้จ่ายให้เจ้ากรมฯหรือไม่ เสธ.บอกจ่ายแล้วไม่จ่ายก็โดนตื๊บพอดี ข้อความต่อมาระบุว่าทุกคนก็จ่ายจนมีเหตุกราดยิง ซึ่งทุกคนคือผู้ประกอบการทุกคน แสดงว่าไม่ได้มีแค่คุณก้อยคนเดียวที่จ่าย 5 เปอร์เซนต์ แต่ผู้ประกอบการ 28 บริษัทต้องจ่ายทุกคน ที่ตนแฉในวันนี้เป็นแค่เส้นทางการเงิน 1-2 เดือนเท่านั้น และตนมีหลักฐานทุจริตทั้งหมด 620 ราย และระดับใหญ่กว่าเสธ.ก็เรียกรับเงินด้วย พลตรี ว.ขณะนั้นเป็นรองเจ้ากรมสวัสดิการทหาร รับเงินเต็มๆ จาก จ่าธ.1 แสนบาท ซึ่งน่าจะเป็นเงินค่าผ่านทาง นอกจากจะมีการหักหัวคิว ยังมีการหักเงินส่วนต่างค่าบ้าน แต่ผู้ประกอบการรายหนึ่งอมค่าส่วนต่าง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องปฏิรูปกองทัพให้ได้ และเราไม่มีวันปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปกองทัพได้ ตราบใดที่ 3 ป.ยังอยู่ เราเห็นคาตาว่า 8 ปี ทหาร ตำรวจเลวร้ายขึ้นขนาดไหน ภายใต้ 3 ป. ดังนั้น ขอให้ทหารชั้นผู้น้อยและประชาชนทุกคนลงคะแนนเสียงถล่มทลายเอา 3ป.ออกไป เพื่อเปิดประตูสู่การปฏิรูปกองทัพอย่างแท้จริง เอาคนผิดมาเข้ากระบวนการยุติธรมและรับโทษให้สาสม” นายปดิพัทธ์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พิจารณ์ ฉะ บิ๊กตู่ มองเรือรบเป็นขนมเค้ก ซ่อมร.ล.สุโขทัยแค่ให้ลอยน้ำได้ สูญเสียชีวิตกำลังพล