เลือกตั้ง 66 พิษส่วยอุทยานฯ
ท็อป ทิ้ง ทส.
ขอไป ท่องเที่ยว
“วราวุธ ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ประกาศทุกเวทีหาเสียงว่า หลังเลือกตั้งจะกลับมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) อีกครั้ง
เพราะเป็นกระทรวงที่ดูแลเรื่องใกล้ตัว เรื่องของทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ
โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง “รัฐมนตรีท็อป” ทำเรื่อง โลกร้อน
ผลักดันเรื่องการทำคาร์บอนเครดิต ลดปริมาณขยะ จนเป็นที่ยอมรับในนานาชาติ
นั่นก็เป็นแค่ การแสดงเจตนารมย์ ว่า จะกลับมา
แต่ ก็มีคำถามว่า จะเป็นเรื่องง่ายหรือไม่
เพราะเหตุการณ์ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับคดี ส่วยอุทยาน ที่สร้างความสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งกระทรวง
อาจจะทำให้ วราวุธ ต้อง คิดหนัก
คิดแล้ว คิดอีกว่าจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ อีกครั้งดีไหม
ที่ผ่านมา ใครๆก็รู้ว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่กระทรวงเกรด เอ
ไม่เหมือน กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ อาจจะเป็นแค่ กระทรวงเกรด บี
แต่ก็เป็นกระทรวงที่ดูแลทรัพยากร มีกำลังพล และมีงบประมาณประจำแต่ละปีไม่น้อย
มีการสร้างรายได้เป็นของตัวเอง นอกเหนือจากงบประมาณแผ่นดินปีละ หลายพันล้านบาท
จากการเปิดให้ประชาชนเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ
มีนักการเมือง ที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีภายหลังปฏิรูป ระบบราชการ พ.ศ.2545
คนแรก คือ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ต่อด้วย นายสุวิทย์ คุณกิตติ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ก่อนจะถูก รัฐประหาร โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้น ในวันที่ 19 กันยายน 2549 มีรัฐมนตรี ขิงแก่ คือ นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เข้ามาเป็นรัฐมนตรี คั่นเวลา ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ก็มีนาง อนงค์วรรณ เทพสุทิน นายสุวิทย์ คุณกิตติ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี
จนมี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำการรัฐประหารอีกครั้ง รัฐมนตรีที่มาจากทหาร อย่าง พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และ พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ก็เข้ามาทำหน้าที่อยู่พักใหญ่ๆ จน เลือกตั้งล่าสุดมี นายวราวุธ ศิลปอาชา ครองตำแหน่ง
เชื่อว่า หลังการเลือกตั้ง 2566 ผ่านไป พรรคแกนนำที่ได้จัดตั้งรัฐบาล คงต้องจิ้มเอากระทรวงที่เป็นเกรดเอแน่นอน
แต่พรรคร่วม ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้แน่ว่ามีพรรคใดบ้าง
ก็ยังเชื่อว่า พรรคเหล่านั้นต้องมีความอยากครอบครองกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยเป็นแน่นอน
อยู่ที่สมการทางการเมืองจะออกมาในรูปใด
หากพรรคพลังประชารัฐ จับมือกับพรรคเพื่อไทย พรรคที่ 3 จะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่
หรืออีกสูตร หากพรรครวมไทยสร้างชาติ มีเสียงข้างมาก
นั่นคือ ได้บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ
เวลานั้น เชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ไม่น่าจะชื่อ วราวุธ ศิลปอาชา อีกแล้ว
และ วราวุธ เองก็ ไม่น่าจะอยากกลับมาที่เก่า
เพราะผลพวงมาจาก คดี ส่วยของกรมอุทยาน
วราวุธ ไม่น่าจะอยากไปยุ่งอะไรกับกระทรวงนี้อีกเช่นกัน
คิดว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา น่าจะเป็นเป้าหมายใหม่ ของรัฐมนตรีหนุ่ม คนนี้
ถามว่า แล้วนักการเมืองคนใดจะมาเป็นเบอร์ 1 ของกระทรวงนี้
ตอบตอนนี้อาจจะยังเร็วไป
แต่ก็เชื่อว่า นักการเมืองหลายคน ต้องเล็งพื้นที่ตรงนี้ เอาไว้แน่ๆ
ในอดีต ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ สันติ พร้อมพัฒน์ ก็เคยมีกระแสข่าวแรงๆอยู่ช่วงหนึ่ง ว่าจะมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ มาแล้ว
ปลอดประสพ สุรัสวดี กับ ดำรงค์ พิเดช ลูกหม้อกรมอุทยาน หรือ ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ อย่าง นริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ก็น่าจะเล็งๆ กระทรวงแห่งนี้เอาไว้เหมือนกัน
แม้จะไม่ถึงกับเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ต้องเข้าช่วงชิง
แต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ไม่เคยถูกพรรคใดมองข้าม ที่จะเข้าไปกำกับดูแล
เรียกว่า เป็นกระทรวงเกรดบี
แต่มีดี กว่าที่คิดงั้นเถอะ

