09.00INDEX สัญญาณการเลือกตั้ง ‘กทม.’ เพื่อไทยอาจไม่ ‘แลนด์สไลด์’
คำประกาศพรรคเพื่อไทยตั้งเป้าจำนวน ส.ส.กรุงเทพมหานครอยู่ที่ 19-20 จากจำนวนทั้งสิ้น 33 อาจถือได้ว่าเป็นคำประกาศที่สวนทางกับยุทธศาสตร์ “แลนด์สไลด์”
ทั้งๆ ที่พื้นที่กรุงเทพมหานครมีความสำคัญและดำรงอยู่ในจุดอันเป็นเหมือน “กล่องดวงใจ” ในทางการเมืองตั้งแต่ยุคพรรคไทยรัก
ท่าทีของพรรคเพื่อไทยเช่นนี้จึง “กระตุก” ต่อมเร้าเป็นอย่างสูง
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจว่าชัยชนะอย่างชนิดถล่มทลายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ น่าจะเป็นสัญญาณและมีผลสะเทือนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
ที่เห็นอย่างเด่นชัดก็คือ การเลือกตั้ง ส.ก.คนของพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 1 มากถึง 20 คน ขณะที่คู่แข่งไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย มิอาจผงาดขึ้นมาต่อกร
หากมองจากเป้าหมาย 19-20 คนที่ภาคกรุงเทพมหานครของพรรคเพื่อไทยประกาศก็จะสะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยดำรงอยู่อย่างถ่อมตัวเป็นอย่างสูง
เท่ากับสะท้อนว่าเป้า “แลนด์สไลด์” ของพรรคเพื่อไทยน้ำหนักจะอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ เป็นด้านหลัก
“ยุทธวิธี” เช่นนี้ของพรรคเพื่อไทยสะท้อนอะไร
ความเป็นจริงหนึ่งซึ่งพรรคเพื่อไทยมิอาจปฏิเสธได้ก็คือ เกิดความแตกแยกและแยกตัวเป็นอย่างสูงจากภายในของพรรคเพื่อไทยเองอันอาจส่งผลสะเทือนในหลายพื้นที่
นั่นก็คือ การแยกตัวไปอยู่กับพรรคไทยสร้างไทย นั่นก็คือ การแยกตัวไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย
แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.จำนวนหนึ่งทั้งที่มาจากพรรค พลังประชารัฐ ทั้งที่มาจากพรรคก้าวไกล กระนั้นก็ยังมิได้สร้างความมั่นใจให้อย่างเพียงพอ
หากประเมินผ่านการเคลื่อนไหวในกรุงเทพมหานคร มีความเป็นไปได้ว่าพรรคเพื่อไทยอาจตั้งการ์ดระมัดระวังเป็นอย่างสูงต่อการรุกเข้ามาของพรรคไทยสร้างไทย
ขณะเดียวกัน ความคึกคักของพรรคก้าวไกลซึ่งมีฐาน ส.ก.อยู่ 14 คนก็เป็นปัจจัยที่มิอาจมองข้ามได้เป็นอันขาด
ท่าทีของพรรคเพื่อไทยต่อสนามเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครหากเทียบกับการขยับตัว ไม่ว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางภาค เหนือหรือแม้กระทั่งภาคใต้
ต้องยอมรับว่าเป็นท่าทีที่แปลกและต้องให้ความสนใจ
ด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทยยังยืนหยัดสถานะที่ครองสถานะนำ แต่ด้านหนึ่งก็ยอมรับว่าความเป็นไปไม่ได้ที่จะ “แลนด์สไลด์”
คำถามก็คือ ปัจจัยอะไรที่เข้ามาบั่นทอนโอกาส “เพื่อไทย”

