ปลัด มท. เปิดงานบุญใหญ่ล้านนา ฮอมปอยบุปผชาติแม่ข่างาม ปลุกสำนึกชาวเชียงใหม่
ปลัดมหาดไทยเปิดงานบุญใหญ่ชาวล้านนา“ฮอมปอยบุปผชาติแม่ข่างาม ครั้งที่ 5” พร้อมปลุกสำนึกให้ชาวเชียงใหม่ ร่วมพัฒนาคลองแม่ข่า กลับมาสะอาด และสวยงาม ตามพระบรมราโชบายของในหลวง เป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานฮอมปอยบุปผชาติแม่ข่างาม ครั้งที่ 5 ประจำปี พ.ศ.2566 ที่บริเวณท่าน้ำแม่ข่าบ้านพระนอน-บ้านป่ารวก ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวชุมชนริมคลองแม่ข่า ร่วมพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสที่ดีเป็นอย่างยิ่ง ที่พี่น้องประชาชนชาวบ้านพระนอน-บ้านป่ารวก ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เป็นบุญอันยิ่งใหญ่ ซึ่งในภาษาไทยล้านนา คำว่า “ฮอม” หมายถึง การนำปัจจัยหรือสิ่งของมารวมกัน และคำว่า “ปอย” หมายถึง งานบุญ หรือการจัดงานในวาระเฉลิมฉลองในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีผู้คนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก การ “ฮอมปอย” จึงเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนล้านนา อันหมายถึง การร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยเหลือในสิ่งที่ตนมี คนละไม้ละมือ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดีงาม ควรค่าแก่การรักษาและสืบทอดไว้ในยุคปัจจุบัน
นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาคลองแม่ข่าให้กลับมามีสภาพภูมิทัศน์ที่สะอาดและสวยงาม ถือเป็นส่วนหนึ่งของการ “แก้ไขในสิ่งผิด” ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นโอกาสดีของพี่น้องประชาชน และพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้มีโอกาสร่วมกันพัฒนาคลองแม่ข่า เพื่อยกระดับสู่จุดเช็กอินแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ
“ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระบรมราชานุญาตให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จทรงร่วมกับจิตอาสาพระราชทาน 904 นำโดยท่าน พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาช่วยกันทำความสะอาด และฟื้นฟูคลองแม่ข่า 1 ครั้ง และทรงมีพระราชานุญาตให้ทุกภาคส่วนได้มาขับเคลื่อนร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และพี่น้องประชาชน ตลอดระยะทาง 32.5 กม. ของคลองแม่ข่า จนทำให้มีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม คุณภาพน้ำสะอาด ไม่เน่าเสีย ไม่มีกลิ่น ตลอดทั้งสาย”ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว
นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คนมหาดไทยมีแนวทางการทำงานในการสนองพระบรมราโชบาย เพื่อมุ่ง Change for Good ให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน โดยนายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ ได้หารือกับกรมธนารักษ์ เพื่อขอใช้พื้นที่บริเวณคลองแม่สา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำของคลองแม่ข่า กระทั่งได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ จำนวน 5 ไร่ ในการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา ตามแนวพระราชดำริ และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อันเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านการแก้ไขในสิ่งผิด ส่งเสริมให้คนในชุมชนได้เรียนรู้การบำบัดและรักษาน้ำทั้งระบบ เพื่อให้ทุกครัวเรือนมีการบำบัดน้ำตั้งแต่ต้นทางก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำสาธารณะ และทำให้เกิดความรัก ความหวงแหน และความรู้สึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำเสร็จได้ในทันที ดั่งคำพูดที่ว่า การพัฒนาคลองแม่ข่านี้จะสำเร็จได้ ก็ด้วยความร่วมมือของพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ และที่สำคัญ “จะยั่งยืนได้” ด้วยการสร้างเป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านอาหารตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” ด้วยการปลูกผักสวนครัว ต้นไม้ให้ผล ตลอดริมถนน และริมคลองสองฝั่ง พร้อมเชิญชวนให้ครัวเรือนตลอดสองฝั่งคลองร่วมกิจกรรม ทำให้มีไม้ผล ไม้ดอก สร้างเป็นเป็นถนนแห่งความอุดมสมบูรณ์ ถนนแห่งความรู้รักสามัคคี ภายใต้หลักการ “ช่วยกันทำ ร่วมคุย ร่วมคิด ร่วมหาแนวทาง” โดยมีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำภาคีเครือข่ายอื่นๆ และประชาชน ได้มีส่วนร่วมกับการพัฒนาคลองสาธารณะ เพื่อยกระดับชุมชนให้เกิดความยั่งยืนให้ครบทุกเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ (UN SDGs) เพื่อจังหวัดเชียงใหม่จะได้มีสถานที่รับแขกบ้านแขกเมือง เป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่นๆ และขอให้ช่วยกันดูแลรักษาแม่น้ำลำคลอง ดูแลบ้านเกิดเมืองนอน ทำให้คลองแม่ข่าเป็นคลองสวย น้ำใส ไหลดี ชุมชนมีสุขตลอดไปอย่างยั่งยืน
ด้าน นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้มีมาตรการ เพื่อพัฒนา และแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่าอย่างยั่งยืน โดยกำหนดแนวทางดำเนินการไว้ 10 มาตรการ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การปรับปรุงภูมิทัศน์สองฝั่งคลองแม่ข่าให้สวยงาม เป็นธรรมชาติตลอดทั้งสายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน หมู่บ้าน จิตอาสาและหน่วยงานทุกภาคส่วน โดยกำหนดวิสัยทัศน์ตามแผนแม่บทคลองแม่ข่า (พ.ศ. 2561 – 2565) คือ “คลองสวย น้ำใส ไหลดี ชุมชนมีสุข”
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมสนับสนุนขับเคลื่อนแผนแม่บทฯ ให้สัมฤทธิผลและเพื่อให้เชียงใหม่เป็นนครแห่งดอกไม้งาม (Flower City) ดังคำขวัญ “ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์” และส่งเสริมการพัฒนาฟื้นฟูคลองแม่ข่าซึ่งเป็น 1 ในไชยมงคล 7 ประการของเมืองเชียงใหม่ ให้เป็นแม่น้ำแห่งบุปผชาติ ที่งามตา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนกับสายน้ำ “จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรม “ฮอมปอยบุปผชาติแม่ข่างาม” ระหว่างวันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ 2566 ในรูปของขบวนแห่บุปผชาติทางเรือในคลองแม่ข่าระยะทางประมาณ 275 เมตร จัดเป็นปีที่ 6 ตั้งแต่ปี 2561 อันจะยังผลให้เกิดการรณรงค์สร้างจิตสำนึก พัฒนาและฟื้นฟูคลองแม่ข่าให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ด้วยมวลดอกไม้ พืชพรรณไม้นานาพันธุ์และกลับมาเป็นไชยมงคลของเมืองเชียงใหม่สืบต่อไปอย่างยั่งยืน” นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวในช่วงท้าย








