คอลัมน์หน้า 3 : กระบวน สร้างภาพ ของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ สูงสุด คืนสู่ ‘สามัญ’
กระบวนการสร้าง “ภาพลักษณ์” ให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดำเนินไปในลักษณะแห่ง “การผลิตซ้ำ”
จาก “เยาวราช” ถึง “เสาชิงช้า”
ประหนึ่งว่าเป็นการนำเสนอท่วงทำนอง “ใหม่” แต่หากพิจารณาอย่างเคร่งครัดและจริงจังกลับตรงกันข้าม
เพราะนี่คือ การหวนคืนไปสู่ตัวตน “เก่า” เป็นตัวตนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เป็นคนสามัญ อย่างธรรมดา เป็นตัวตนของ “คนกรุงเทพฯ” โดยทั่วไป
ไม่ว่าจะเป็น “สวนลุมฯ” ไม่ว่าจะเป็น “อ.ต.ก.”
แม้ว่าดำเนินไปในลักษณาการแห่งการถอด “เครื่องแบบ” แต่ก็แนบแน่นอยู่กับวิถีชีวิตในแบบของ “ทหาร”
เพียงแต่เป็น “ทหาร” ซึ่ง “ติดดิน”
ทำไมจึงต้องเลือกเปิดตัวที่ “เยาวราช” ทำไมจึงต้องเลือกการไปยัง “สวนลุมฯ” ทำไมจึงต้องเลือกไป
“เสาชิงช้า”
ทั้งหมด คือ “วิถี” ของ “คนกรุงเทพฯ”
สังเกตหรือไม่ว่าเมื่อไปเยาวราช ก็เน้นในเรื่อง “ไหว้พระ” สังเกตหรือไม่ว่าเมื่อไปยัง “สวนลุมฯ” และ “อ.ต.ก.” ก็กลืนเข้าไปกับสภาพ
ทักทายคนที่มาออก “กำลังกาย” ด้วยความคุ้นเคย
ยิ่งเมื่อไปเดินตลาด อ.ต.ก.แผงแต่ละแผง คนขาย แต่ละคนมิได้ปรากฏขึ้นอย่าง “แปลกหน้า”
การนั่งลงที่ร้าน “มนต์ นมสด” ก็ “เนียน” นุ่ม
ยิ่งเมื่อเลือกที่จะไปเยือนพร้อมกับ “หลานสาว” ไม่ว่าจะเป็นที่ปากเกร็ด ไม่ว่าจะเป็นที่เสาชิงช้า ยิ่งสอดรับกับบรรยากาศ
เมื่อมีการเปิดเพลง “ทรงอย่างแบด” กระหึ่ม
ด้านหนึ่ง จึงเท่ากับเป็นการหวนคืนไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เติบโตมาในสังคมกรุงเทพฯอย่างยาวนาน
เล่นบท “นักเรียน” เล่นบท “ทหาร”
เป็นนักเรียนเซนต์คาเบรียล เป็นนักเรียนเตรียมทหาร เป็นนักเรียนนายร้อย และต่อมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1
จึงคุ้นชินอย่างยิ่งกับย่านอันสะท้อน “วิถีชีวิต”
จึงไม่ขัดเขินที่จะไป “ไหว้พระ” จึงไม่ขัดเขินที่จะเดินทักทายกับคนมาออกกำลังกาย จึงมีความสุขกับการจับจ่ายข้าวของ
พร้อมที่จะนั่งลง “กินนม” ในย่าน “เสาชิงช้า”
แต่ละการเคลื่อนไหว แต่ละภาพ ไม่เพียงนำไปสู่การเปรียบเทียบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คน “เดิม”
หากเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยอัตโนมัติ
หากการแยกระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นไปตามกลยุทธ์ “ลับ ลวง พราง” แต่ในแต่ละก้าวย่างเป็นการ “เอาจริง”
หากไม่ยุติการ “ไปต่อ” ของนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 โอกาสที่จะเกิดนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะมีได้อย่างไร
จึงต้องเริ่มตั้งแต่ “ภาพ” จึงต้องเริ่มตั้งแต่ “บทบาท”

