เก็ท-ใบปอ-พรพจน์ ได้ประกันแล้ว หลังเก็ทอดนอนประท้วงรวม 14 วัน ถูกขังเกือบเดือน
เมื่อเวลา 17.32 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ทวิตเตอร์ระบุว่า ศาลอาญารัชดาฯ ให้ประกันผู้ต้องหาทางการเมืองทั้งหมด 3 รายได้แก่ นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ, น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง และพรพจน์ ส่วนอีก 3 คน ได้แก่ คทาธร หรือต๊ะ นักกิจกรรมจากกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อายุ 26 ปี ศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะเพิ่มเติม
ส่วนถิรนัย และชัยพร ศาลมีคำสั่งส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง คาดว่าจะทราบผลภายใน 2-3 วัน โดยระยะเวลาที่ถูกคุมขัง ได้แก่ พรพจน์ 315 วัน นายโสภณและ น.ส.ณัฐนิช 43 วัน โดยเก็ทยุติการฝืนตื่นประท้วง รวมทั้งสิ้น 14 วัน ส่วนผู้ต้องขังเด็ดขาดที่คดีสิ้นสุดแล้วยังอยู่ที่ 6 ราย ได้แก่ อัญชัญ, ศุภากร, ณัฐชนน, เมธิน, กฤษณะ และวรรณภา
ความดังนี้
“ด่วน! ศาลอาญา รัชดาฯ ให้ประกัน 3 ราย ได้แก่ “เก็ท” โสภณ, ใบปอ และพรพจน์
“ต๊ะ” คทาธร ศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะเพิ่มเติม ส่วน “ถิรนัย” และ “ชัยพร” ศาลมีคำสั่งส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง คาดว่าจะทราบผลภายใน 2-3 วัน
1) รวมระยะถูกคุมขัง
พรพจน์ 315 วัน
เก็ท-ใบปอ 43 วัน
เก็ทยุติการฝืนตื่นประท้วง รวมทั้งสิ้น 14 วัน
ทำให้ขณะนี้เหลือผู้ต้องขังคดีการเมืองระหว่างต่อสู้คดี 3 รายเท่านั้น ส่วนผู้ต้องขังเด็ดขาดที่คดีสิ้นสุดแล้วยังอยู่ที่ 6 ราย ได้แก่ อัญชัญ, ศุภากร, ณัฐชนน, เมธิน, กฤษณะ และวรรณภา”
สำหรับรายละเอียดการให้ประกันตัว มีดังนี้
1.กรณีมีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์หรือ ใบปอ นักกิตกรรมกลุ่มทะลุวัง จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.1788/2565 และคดีหมายเลขดำ อ.1691/2565 โดยเสนอหลักทรัพย์เงินสด สำนวนละ 90,000 บาทวางเป็นหลักประกัน ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทั้งสองสำนวน ตีราคาประกันสำนวนละ 90,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยกระทำการใด ๆ ในลักษณะหรือทำนองเดียวกับที่ถูกกล่าวหาในคดี หรือเข้าร่วมในกิจกรรมใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง หรือกระทำการหรือร่วมทำกิจกรรมใด ๆ ในอันที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันฯในระหว่างการปล่อยชั่วคราว และให้จำเลยมารายงานตัวต่อศาลทุก 15 วันภายในกำหนดระยะเวลา 3 เดือน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน
2.กรณีมีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง เก็ท นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.1447/2565 โดยเสนอหลักทรัพย์เงินสด จำนวน 100,000 บาทวางเป็นหลักประกัน ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ตีราคาประกัน 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยกระทำการใด ๆ ในลักษณะหรือทำนองเดียวกับที่ถูกกล่าวหาในคดี หรือเข้าร่วมในกิจกรรมใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง หรือกระทำการหรือร่วมทำกิจกรรมใด ๆ ในอันที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันฯในระหว่างการปล่อยชั่วคราว และให้จำเลยมารายงานตัวต่อศาลทุก 15 วันภายในกำหนดระยะเวลา 3 เดือน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน
3.กรณีมีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นาย พ. จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2967/2565
โดยเสนอหลักทรัพย์เงินสด จำนวน 100,000 บาทวางเป็นหลักประกัน ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ตีราคาประกัน 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยกระทำการใด ๆ ในลักษณะหรือทำนองเดียวกับที่ถูกกล่าวหาในคดี หรือเข้าร่วมในกิจกรรมใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองในระหว่างการปล่อยชั่วคราว และให้จำเลยมารายงานตัวต่อศาลทุก 15 วันภายในกำหนดระยะเวลา 3 เดือน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น มิฉะนั้น จะถือว่าผิดสัญญาประกัน
4.กรณีมีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นาย ค. จำเลยที่ 1 คดีหมายเลขดำ อ.1607/2565 โดยเสนอหลักทรัพย์เงินสด จำนวน 100,000 บาทวางเป็นหลักประกัน ศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว เห็นควรให้สืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำสั่ง โดยให้สืบเสาะประวัติการศึกษา การประกอบอาชีพของจำเลยก่อนเกิดเหตุและพฤติการณ์คดีโดยรวม โดยให้เจ้าพนักงานคุมประพฤติรายงานผลสืบเสาะและพินิจต่อศาลภายใน 15 วัน
และกรณีที่มีผู้ขอประกัน ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ขอปล่อยชั่วคราวดังนี้
1. ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดีของ นาย ธ. จำเลยที่ 1 นาย พ. จำเลยที่ 2 และ นาย ภ. จำเลยที่ 3 คดีหมายเลขดำ อ.2156/2564 หมายเลขแดง อ.265/2566 โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสามในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกันคนละ 225,000 บาท
2.ยื่นคำร้องขอปลดอุปกรณ์กำไล EM นาย ธ. จำเลยที่ 1 นาย พ. จำเลยที่ 2 และนาย ภ. จำเลยที่ 3 คดีหมายเลขดำ อ.2156/2564 โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาแล้วเห็นว่าในระหว่างปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสามปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด จึงเห็นว่าการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่มีผลที่จะป้องกันการหลบหนี ประกอบกับจำเลยมีอาการแพ้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าว จึงให้ยกเลิกการติดอุปกรณ์ EM จำเลยทั้งสาม

