‘สมศักดิ์’ แนะ กกต.ฟังเสียง ปชช. ปมประกาศเทอร์โบยุบพรรค ปัดตอบ พปชร.เอี่ยวทุนสีเทาอาจเสี่ยงโดนยุบพรรคแรก ครวญเจอยุบมาแล้ว 2 ครั้ง หมดคนเลย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ตนจะรายงานคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ที่กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบ คือ พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมที่เพิ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 23 ม.ค. มี 10 หน่วยงานต้องดำเนินการตาม
ประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม มหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาล อัยการ ที่จะให้แต่ละหน่วยงานกำหนดกรอบเวลาดำเนินการ เช่น จากเดิมแต่ละเรื่องใช้เวลาเป็น 10 ปี วันนี้กำหนดให้ดำเนินการภายใน 3 เดือน หรือ 1 ปี เช่น กกต.กำหนดข้อบังคับว่าพรรคการเมืองไหนรับบริจาคเงิน หรือเกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินการสอบสวนภายในกี่วันๆ ซึ่งตรงนี้ต้องฟังเสียงของประชาชนด้วย
เมื่อถามว่าการออกประกาศของ กกต.ที่กำหนดเวลาเกี่ยวกับคดียุบพรรคให้เร็วขึ้น หรือติดเทอร์โบคดียุบพรรค กังวลหรือไม่จะกระทบพรรคพลังประชารัฐ หลังมีประเด็นรับบริจาคเงินจากคนที่ถูกกล่าวหาเป็นทุนสีเทา
นายสมศักดิ์กล่าวว่า กกต.เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่จะออกประกาศมาได้ จากเดิมที่จะตรวจสอบเล่นงานพรรคการเมืองอาจใช้เวลา 3 ปี 7 ปี แต่ต่อมาใช้เวลา 3 เดือน 7 เดือน อันนี้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนว่าถูกต้องหรือไม่ ดีหรือไม่อย่างไร บางทีการเขียนกฎหมายต้องฟังเสียงประชาพิจารณ์กันถึง 5 รอบ แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กกต.จะฟังประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่ฟังก็เป็นตามแนวทางปฏิรูปประเทศข้างต้น
เมื่อถามต่อว่าเมื่อมีประกาศดังกล่าวออกมาสังคมโฟกัสไปที่พรรคพลังประชารัฐว่าจะถูกยุบเป็นพรรคแรก มีความกังวลหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ต้องถามนักกฎหมายของพรรคว่าเขาเดือดร้อนขนาดไหนอย่างไร ตนไม่ได้ทำหน้าที่นี้ เมื่อถามว่ากังวลประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ไม่รู้ซิ อยากให้สื่อช่วยกันดูเพราะเป็นกระบอกเสียงอย่างดี
“ในชีวิตผมมีความใกล้ชิดกับพรรคการเมืองที่ถูกยุบมา 2 ครั้ง คือ พรรคไทยรักไทย หรือบ้านเลขที่ 111 และเมื่อมาอยู่เบื้องหลัง พรรคมัชฌิมาธิปไตย ก็ถูกยุบ เป็นบ้านเลขที่ 112 หมดคนเลย มันก็ยุบง่ายเหมือนกันนะพรรคการเมือง ถ้าอยากจะยุบเขา มีพลังอะไรมาก็ไม่รู้ก็ยุบง่าย ก็ถูกลอยแพ อันนี้ก็ต้องดูว่าถ้าพรรคการเมืองมีพลังต่อต้านการยุบพรรค มันก็คงไม่ง่าย อันนี้ขอพูดข้อเท็จจริงกัน มันเกิดอะไรขึ้นอย่างไรผมก็ไม่ทราบ ทั้งครอบครัวผมก็โดนกันมาต่อเนื่องมีให้เห็นอยู่แล้ว เราก็กลัวที่สุดเรื่องของการถูกยุบพรรคการเมือง แต่มันก็มีเหตุของปัญหาที่ทำให้เขายุบได้” นายสมศักดิ์กล่าว


