เดินหน้าชน : วนไป

22.02.23 | 11:10 น.

อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 แห่งรัฐธรรมนูญ จบลงเรียบร้อย ต่อปากต่อคำกันพอหอมปากหอมคอ

ภาพรวมกล้อมแกล้มได้ว่า ค่อนข้างราบรื่น

ผิดแผกไปจากประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้า ถูกเกมการเมืองเล่นงานเสียเละเทะแทบไม่เหลือชิ้นดี

บ้างฝ่ายค้าน บ้างฝ่ายรัฐบาล บ้างทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลร่วมแรงร่วมใจ

จนองค์ประชุมล่มซ้ำซาก

Advertisement

สภาผู้แทนราษฎรบรรจุสมาชิก ส..เขต ส..บัญชีรายชื่อ ทำหน้าที่อย่างน้อย

หนึ่ง ฝ่ายนิติบัญญัติร่วมประชุมพิจารณากฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ

หนึ่ง ถ่วงดุลตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล

หนึ่ง นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาถกแถลงเพื่อหาแนวทางแก้ไข

แต่ในช่วงสมัยประชุมสุดท้ายก่อนครบเทอมในสิ้นเดือนนี้

กลับไม่ทำหน้าที่สมกับได้รับความวางใจจากประชาชนให้มาเป็นตัวแทนใช้สิทธิใช้เสียง

บ่อยครั้งกฎหมายสำคัญน่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แก้ปัญหาของประเทศ หนำซ้ำบางฉบับผลักดันจากพรรคร่วมรัฐบาลแท้ๆ

ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

เมื่อเข้าวาระการพิจารณา องค์ประชุมไม่ครบเอาดื้อๆ

ทั้งที่รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนเป็นเสียงข้างมากเกินครึ่งของสภา

เกิดสิ่งที่เรียกว่าหักกันเองของพรรคร่วมรัฐบาล มีให้เห็นอย่างร่าง พ...กัญชา กัญชง ของพรรคภูมิใจไทย ถูกยื้อยุดจากพรรคประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐบางส่วน

จนวันนี้ยังไม่สามารถผ่านการพิจารณาออกหมายบังคับใช้ได้

ถูกมองกันว่า นี่คือเกมปัดแข้งปัดขาเพื่อน หวังผลเตะสกัดในสนามหาเสียงเลือกตั้ง

พรรคฝ่ายค้านอาจอาศัยเหตุไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งของรัฐบาล ใช้เกมไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมเป็นเครื่องมือเดินหมากการเมือง

ตอบโต้ถ่วงดุลในฐานะมีเสียงน้อยกว่า

ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าฝ่ายใดจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอหรือร่างกฎหมายของอีกฝ่าย

สามารถเลือกเข้าร่วมประชุมสภาลงมติยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเองได้

น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมยอมรับได้มากกว่า

อย่างน้อยถือได้ว่า เป็นการทำหน้าที่ของสมาชิกผู้แทนราษฎร

ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมจึงเท่ากับไม่ทำหน้าที่

ที่สำคัญระยะนี้เสียงปี่กลองดังกระหึ่มเข้าสู่โหมดรณรงค์เลือกตั้งเต็มตัว แม้จะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้ง แต่ทุกวันนี้ก็ได้เห็นเหล่า ส..รวมไปถึงบรรดารัฐมนตรีลงพื้นที่สร้างคะแนนนิยมไปทั่วทุกภาค 

ประจวบกับค่อนข้างชัดเจนว่า จะมีการยุบสภาก่อนครบวาระในวันที่ 23 มีนาคม

เท่ากับจะต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปไม่น้อยกว่า 45 วัน 

แต่ไม่เกิน 60 วัน หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา 

คาดกันว่าการยุบสภาจะเกิดขึ้นไม่เกินกลางเดือนมีนาคม

หมายความว่าการเลือกตั้งทั่วไปน่าจะมีขึ้นไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม

กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง มะรุมมะตุ้มพัลวันจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ก็คงล่วงเลยพ้นกลางปีไปแล้ว

ช่วงเวลาจากนี้อาจกล่าวได้ว่า การดูแลทุกข์สุขของประชาชนน่าจะตกภาวะวังเวงพอสมควร อยู่ในมือข้าราชการประจำรอฝ่ายบริหารชุดใหม่มาตัดสินใจ

และสิ่งที่น่าสนใจหลังผลการเลือกตั้ง คือการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลที่เชื่อกันว่าจะเป็นรัฐบาลผสม ภาพงัดข้อศอกกลับกันในสภาที่เห็นในปัจจุบันคงมลายหายไปสิ้น

การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรมีแต่ผลประโยชน์ร่วมเป็นตัวตั้ง เหมือนทุกครั้ง

ชาวบ้านเจ้าของคะแนนเสียงไม่ได้อยู่ในสมการแต่ประการใด

สัญญา รัตนสร้อย