อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 แห่งรัฐธรรมนูญ จบลงเรียบร้อย ต่อปากต่อคำกันพอหอมปากหอมคอ
ภาพรวมกล้อมแกล้มได้ว่า ค่อนข้างราบรื่น
ผิดแผกไปจากประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้า ถูกเกมการเมืองเล่นงานเสียเละเทะแทบไม่เหลือชิ้นดี
บ้างฝ่ายค้าน บ้างฝ่ายรัฐบาล บ้างทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลร่วมแรงร่วมใจ
จนองค์ประชุมล่มซ้ำซาก
สภาผู้แทนราษฎรบรรจุสมาชิก ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำหน้าที่อย่างน้อย
หนึ่ง ฝ่ายนิติบัญญัติร่วมประชุมพิจารณากฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ
หนึ่ง ถ่วงดุลตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล
หนึ่ง นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาถกแถลงเพื่อหาแนวทางแก้ไข
แต่ในช่วงสมัยประชุมสุดท้ายก่อนครบเทอมในสิ้นเดือนนี้
กลับไม่ทำหน้าที่สมกับได้รับความวางใจจากประชาชนให้มาเป็นตัวแทนใช้สิทธิใช้เสียง
บ่อยครั้งกฎหมายสำคัญน่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แก้ปัญหาของประเทศ หนำซ้ำบางฉบับผลักดันจากพรรคร่วมรัฐบาลแท้ๆ
ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
เมื่อเข้าวาระการพิจารณา องค์ประชุมไม่ครบเอาดื้อๆ
ทั้งที่รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนเป็นเสียงข้างมากเกินครึ่งของสภา
เกิดสิ่งที่เรียกว่า “หัก” กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล มีให้เห็นอย่างร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ของพรรคภูมิใจไทย ถูกยื้อยุดจากพรรคประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐบางส่วน
จนวันนี้ยังไม่สามารถผ่านการพิจารณาออกหมายบังคับใช้ได้
ถูกมองกันว่า นี่คือเกมปัดแข้งปัดขาเพื่อน หวังผลเตะสกัดในสนามหาเสียงเลือกตั้ง
พรรคฝ่ายค้านอาจอาศัยเหตุไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งของรัฐบาล ใช้เกมไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมเป็นเครื่องมือเดินหมากการเมือง
ตอบโต้ถ่วงดุลในฐานะมีเสียงน้อยกว่า
ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าฝ่ายใดจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอหรือร่างกฎหมายของอีกฝ่าย
สามารถเลือกเข้าร่วมประชุมสภาลงมติยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเองได้
น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมยอมรับได้มากกว่า
อย่างน้อยถือได้ว่า เป็นการทำหน้าที่ของสมาชิกผู้แทนราษฎร
ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมจึงเท่ากับไม่ทำหน้าที่
ที่สำคัญระยะนี้เสียงปี่กลองดังกระหึ่มเข้าสู่โหมดรณรงค์เลือกตั้งเต็มตัว แม้จะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้ง แต่ทุกวันนี้ก็ได้เห็นเหล่า ส.ส.รวมไปถึงบรรดารัฐมนตรีลงพื้นที่สร้างคะแนนนิยมไปทั่วทุกภาค
ประจวบกับค่อนข้างชัดเจนว่า จะมีการยุบสภาก่อนครบวาระในวันที่ 23 มีนาคม
เท่ากับจะต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปไม่น้อยกว่า 45 วัน
แต่ไม่เกิน 60 วัน หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา
คาดกันว่าการยุบสภาจะเกิดขึ้นไม่เกินกลางเดือนมีนาคม
หมายความว่าการเลือกตั้งทั่วไปน่าจะมีขึ้นไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม
กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง มะรุมมะตุ้มพัลวันจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ก็คงล่วงเลยพ้นกลางปีไปแล้ว
ช่วงเวลาจากนี้อาจกล่าวได้ว่า การดูแลทุกข์สุขของประชาชนน่าจะตกภาวะวังเวงพอสมควร อยู่ในมือข้าราชการประจำรอฝ่ายบริหารชุดใหม่มาตัดสินใจ
และสิ่งที่น่าสนใจหลังผลการเลือกตั้ง คือการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลที่เชื่อกันว่าจะเป็นรัฐบาลผสม ภาพงัดข้อศอกกลับกันในสภาที่เห็นในปัจจุบันคงมลายหายไปสิ้น
การเมือง “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” มีแต่ผลประโยชน์ร่วมเป็นตัวตั้ง เหมือนทุกครั้ง
ชาวบ้านเจ้าของคะแนนเสียงไม่ได้อยู่ในสมการแต่ประการใด
สัญญา รัตนสร้อย

