09.00 INDEX ความชัดเจน ทะยาน เป็นกระแส รุกเร้า กดดัน พรรค นักการเมือง
ทำไมสังคมขานรับต่อกำหนดการ “ยุบสภา” อันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ค่อนข้างคึกคัก ไม่ว่าที่สะท้อนผ่านการนำเสนอข่าวและที่สะท้อนผ่านพาดหัวของแต่ละสำนัก
ไม่ว่าจะเป็น “ฤกษ์ดียุบสภา 15 มีนาคม” (มติชน) ไม่ว่าจะเป็น “เลือกตั้ง 7 พ.ค.” (ข่าวสด)
นั่นก็เห็นได้จากคำหนึ่งของพาดหัวที่ว่า “ตู่ชัดแล้ว”
เป็นความชัดเหมือนกับเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางไปเขียนใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเมื่อวันที่ 9 มกราคม
เป็นความชัดเหมือนกับเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ
หลังความชัดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ความชัดเจนต่างหากคือความต้องการอันดำเนินไปอย่างที่ เรียกว่าเป็น “สมารมณ์” ในทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
แนวโน้มนี้กำลังจะเป็นลักษณะ “ปรกติ” ของการเมืองไทย
เป็นการเมืองที่ไม่เพียงแต่เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เท่านั้น
หากแต่ทุกพรรคการเมือง หากแต่ทุกนักการเมือง
ถามว่าทำไมจึงมีคำถามต่อพรรคพลังประชารัฐ ต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อพรรคภูมิใจไทย ต่อพรรคประชาธิปัตย์ ต่อพรรคชาติไทยพัฒนาว่าจะมี “นโยบาย” อย่างไร
ทั้งนโยบายในการพัฒนาประเทศ ทั้งนโยบายที่จะร่วมมือกับพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาล
แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยที่ประกาศยุทธศาสตร์ “แลนด์สไลด์” เพื่อให้ได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็ไม่อาจหนีพ้นไปจากคำ ถามว่าจะจัดตั้งรัฐบาลแบบใด
เป็นรัฐบาลพรรคเดียวอย่างที่พรรคไทยรักไทยเคยกระทำหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 เมื่อได้รับเลือกด้วยจำนวน 377 จากทั้งหมด 500 อย่างนั้น
หรือว่าจะเป็นรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายหลังกำชัยจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
ยิ่งผลของการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ยิ่งผลของการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งเมื่อ เดือนกรกฎาคม 2554 ลงด้วยรัฐประหาร
ยิ่งทำให้การเรียกร้องในเรื่อง “ความชัดเจน” ขึ้นสู่กระแสสูง
ความชัดเจนต่างหากคือธรรมชาติใหม่ของการเมืองที่กำลังก่อเป็นคำถามและกลายเป็น “กระแส” เร่งเร้าอยู่โดยรอบพรรคการเมือง อยู่โดยรอบนักการเมือง
กลายเป็นธรรมชาติใหม่ กลายเป็นคุณธรรมใหม่ กลายเป็นรูปธรรมใหม่ของการเมืองใหม่

