09.00 INDEX แปร ‘ศัสตรา’ มาเป็น ‘แพรพรรณ’ วิวาทะ ระหว่าง ปิยบุตร กับ พิธา
คล้ายกับกรณีระหว่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับ นายพิธา ลิ้ม เจริญรัตน์ จะเหมือนกับกรณีระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นั่นก็คือ เมื่อความขัดแย้ง เมื่อเกิดการปะทะ ก็จบลงด้วยการกินเลี้ยง เสร็จแล้วก็จับมือแสดงความปรองดองและร่วมมือกัน
นั่นก็คือ เป็นความขัดแย้งแบบเก่า เป็นความปรองดองเก่า
เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในยุค จอมพลถนอม กิตติขจร กับ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา
เหมือนที่เห็นและเป็นอยู่ ไม่ว่าจะภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะภายในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะภายในพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะภายในพรรคชาติไทยพัฒนา
เพียงแต่เมื่อเกิดขึ้นในยุคแห่ง “โซเชียล มีเดีย” มีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เป็นช่องทางสำคัญในการแสดงออกจึงกลายเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครม
และเมื่อปะทุผ่าน “วิวาทะ” และ “วาทกรรม” ระหว่างคณะก้าวหน้ากับพรรคก้าวไกลจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉับไว จบลงอย่างรวดเร็ว ฉับไว
หากติดตามกระบวนการแห่ง “ความขัดแย้ง” อย่างต่อเนื่องและจริง จัง เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่แตกต่างจากกรณีอันเกิดขึ้นที่อื่นหากแม้กระทั่งกรณีในพรรคก้าวไกลก่อนหน้าก็มีความต่าง
ไม่เพียงเป็นความต่างในทาง “ความคิด” หากแต่ยังเป็นความ ต่างในทาง “การเคลื่อนไหว”
ต่างจากสภาพอันเคยเกิดขึ้นระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือแม้กระทั่งในกรณีของ นายคริส โปตระนันท์ สดๆร้อนๆ
นี่เป็นความแตกต่างในทางความคิดอันเนื่องจากเห็นต่างๆในวิธีการทางการเมือง แต่ก็ต้องยอมรับว่าดำรงอยู่บนเป้าหมาย เดียวกัน คือ ต้องการขจัดระบอบ “3 ป.” ออกไปจากวงจร
จึงเมื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยื่นมืออันอบอุ่นโอบกอดไป ทั้ง นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทุกอย่างก็ เรียบร้อยและจบลงในบทสรุปร่วมที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน
ถามว่าสถานการณ์อันเนื่องแต่ความเห็น “ต่าง” ระหว่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กระทบกระเทือนต่อพรรคก้าวไกลหรือไม่เพียงใด
เด่นชัดมากยิ่งขึ้นว่าน่าจะเป็น “คุณ” มากกว่าเป็น “โทษ”
เป็นคุณต่อพรรคก้าวไกล เป็นคุณต่อพัฒนาการแห่งการเมืองใหม่

