‘บิ๊กป้อม’ หนุนประชาชน ร่วมแก้ปัญหาทรัพยากรทางทะเล อย่างยั่งยืน

23.02.23 | 11:13 น.

‘บิ๊กป้อม’ หนุนประชาชน ร่วมแก้ปัญหาทรัพยากรทางทะเล อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ห้องประชุมมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิภาครัฐและภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การประชุมในวันนี้ มีวาระสำคัญเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการหลายเรื่อง โดยเฉพาะการพิจารณามอบหมายให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ เร่งดำเนินการจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนฯในระยะที่ 2 ต่อเนื่องกับแผนอนุรักษ์พะยูนฯในระยะที่ 1 ที่ได้ผลดียิ่งจนได้ประกาศกฎกระทรวงประกาศให้แหล่งอาศัยของพะยูนในอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่คุ้มครองและได้จัดตั้งเครือข่ายอนุรักษ์พะยูนฯ ออกลาดตระเวนครบ ทั้ง 13 พื้นที่ โดยสามารถช่วยชีวิตพะยูนที่เกยตื้นได้ 5 ตัวจากการเกยตื้นแบบมีชีวิตทั้งสิ้น 6 ตัว ทั้งให้นำปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินแผนงานระยะที่ 1 ไปปรับใช้เพื่อจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติระยะที่ 2 ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ส่วนการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ได้ดำเนินการแล้วระยะทาง 733.62 กิโลเมตร จากพื้นที่ชายฝั่งที่ประสบปัญหาการกัดเซาะจำนวน 822.81 กิโลเมตรเหลือเพียงระยะทาง 89.19 กิโลเมตร ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข แบ่งเป็นพื้นที่กัดเซาะรุนแรง ระยะทาง 11.11 กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะปานกลาง ระยะทาง 45.03 กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะน้อย ระยะทาง 33.05 กิโลเมตร

และในปีที่ผ่านมาได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอเพื่อให้พิจารณากลั่นกรองโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทั้งสิ้น 48 โครงการ โดยมี 11 โครงการที่เห็นควรให้เสนอสำนักงบประมาณพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน และไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น พร้อมได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ด้านสถานการณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้นจากการสำรวจพบแนวปะการัง 1.5 แสนไร่สมบูรณ์มากถึงร้อยละ 52.3 และกว่า 280 ชนิด ด้านป่าชายเลนพบเป็นป่าสมบูรณ์จำนวน 1.74 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจาก 9 ปีก่อน 2 แสนไร่ ด้านสัตว์ทะเลหายากพบการวางไข่ของเต่าทะเลจำนวนมากถึง 502 รัง พะยูน จำนวน 261 ตัวโลมาและวาฬ จำนวน 3,025 ตัว

Advertisement

ถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทย ระบบนิเวศที่สมบูรณ์จะเกื้อหนุนต่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้สร้างอาชีพให้ชุมชน ตลอดจนเป็นแหล่งอาหาร แหล่งทำการประมงของไทย

รองนายกรัฐมนตรี ยังย้ำให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เป็นระบบ สามารถเชื่อมโยงแก้ไขปัญหาได้ในทุกมิติของการพัฒนาที่ยั่งยืนหากมีประเด็นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ในด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เร่งเสนอคณะกรรมการพิจารณา เพื่อจะได้ขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างต่อเนื่องเป็นระบบและทันต่อสถานการณ์ต่อไป

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

 

ข่าวน่าสนใจอื่น :