‘ธนาธร’ ปัดออกโรงหย่าศึก ‘ปิยบุตร-พิธา’ รับไปขอร้องจริง แต่ร้องเพลง

23.02.23 | 15:34 น.

‘ธนาธร’ ปัดออกโรงหย่าศึก ปิยบุตร-พิธา รับแค่ไปร้องเพลง ยันเห็นต่างกันจริง ไม่ใช่ทะเลาะสร้างภาพ

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปเป็นวิทยากรประจำวิชาเรียน ก่อนเข้าบรรยายได้ให้สัมภาษณ์ถึงการไม่ลงรอยกันระหว่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ว่าเกิดจากความไม่เข้าใจกัน และความเห็นที่แตกต่างกันในการทำงานหลายเรื่อง เพราะหลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ นายปิยบุตรก็ไม่ได้เข้าไปร่วมขับเคลื่อนพรรคก้าวไกล ไม่ได้ทำงานในสภา เกิดระยะห่าง ทำให้ความเห็นไม่ตรงกัน จึงเป็นธรรมดาที่จะเกิดความไม่เข้าใจกัน และความขัดแย้งตามมา แต่มองว่าเป็นเรื่องดี เพราะทั้งคู่ก็จะได้เรียนรู้และเติบโตกับสถานการณ์ ทั้งคู่ก็มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะปรับความเข้าใจกัน และถอยกันคนละก้าว การได้มานั่งคุยกัน และเห็นผลประโยชน์ของพรรคมากกว่าอัตตา จะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจ ทำให้ผู้สนับสนุน คนที่เชียร์พรรค ก็ดีใจที่ทั้ง 2 ท่านซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีความสำคัญต่อการผลักดันประชาธิปไตยในประเทศนี้ กลับมาจับมือทำงานร่วมกันเดินหน้าก้าวไปอย่างมีพลัง หลังจากนี้ นายปิยบุตรจะเดินทางไปพบภรรยาที่ต่างประเทศ จึงไม่แน่ใจว่าจะกลับมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคก้าวไกลทันหรือไม่ ส่วนความไม่เข้าใจระหว่างทั้ง 2 คนเป็นเรื่องอะไร ขอให้ไปสอบถามนายปิยบุตรและนายพิธาเอง แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของมิติการทำงาน ความคิดความอ่านของสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่เข้าใจกัน

เมื่อถามว่าที่ทั้ง 2 คนดีกันเพราะนายธนาธรเข้าไปเคลียร์ใจ นายธนาธรยิ้มและยักคิ้ว พร้อมกล่าวว่า ไม่ใช่ ตนไปร้องเพลง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายปิยบุตรตั้งคำถามถึงการทำงานของพรรคก้าวไกล มองว่าตอนนี้พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งหรือยัง นายธนาธรกล่าวว่า ไม่มีพรรคไหนสมบูรณ์แบบ ทุกพรรคการเมืองคงต้องปรับปรุงและพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการสร้างพรรค พรรคก้าวไกลชัดเจนว่าเริ่มต้นจากสมาชิกพรรคและประชาชน ไม่ได้รับเงินจากกลุ่มทุนไหน เพื่อให้เป็นอิสระในการทำงานในนามของประชาชนเต็มที่ เพราะฉะนั้น รูปแบบการสร้างพรรคเป็นรูปแบบที่เปิดมาก และเป็นธรรมดาที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งจากสมาชิกพรรคและทีมจังหวัด รวมถึง ส.ส. แต่ทุกอย่างต้องเรียนรู้และปรับปรุงต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีที่นายปิยบุตรเปรียบเทียบระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยตลอด นายธนาธรกล่าวว่า ไม่มีอะไรแปลกในการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองต่างแย่งชิงฐานเสียง และการเลือกตั้งก็แข่งขันกันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เป็นพรรคการเมืองก็ต้องแข่งขันอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการหยุดพรรคทหารจำแลงมากกว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้นำที่มาจากการทำรัฐประหาร อยู่มา 2 สมัยแล้วก็ยังเสพติดอำนาจต่อ สร้างพรรคทหารจำแลงขึ้นมา ภายนอกอาจจะดูเหมือนพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย แต่โดยรากเหง้าแล้วมาจากการทำรัฐประหาร

“สมัยก่อน พล.อ.ประยุทธ์ก็ดูถูกนักการเมือง มาวันนี้ก็เป็นเสียเอง เป็นอย่างไร กลุ่มทุนสีเทาที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล อภิปราย เป็นคนใกล้ชิดของ พล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ เราก็เห็นการทุจริตในกองทัพ และเราก็เห็นการใช้กองทัพสร้างไอโอ บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนเกลียดชังกันเอง ทำลายความน่าเชื่อถือของผู้นำภาคประชาสังคมต่างๆ” นายธนาธรกล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าหลายคนมองกระแสพรรคก้าวไกลไม่แรงเท่าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธรกล่าวว่า คิดว่าต่างกัน แต่เป็นข้อดี สมัยพรรคอนาคตใหม่ต้องยอมรับว่ารากฐานการสร้างพรรคการเมืองไม่แข็ง เพิ่งเป็นพรรคตอนเดือนตุลาคม 2561 เพียงแค่ 6 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ตอนนั้นอาศัยตัวบุคคลเป็นตัวนำพรรคมากกว่า แต่วันนี้มองเข้าไปพรรคก้าวไกลมีแต่ความภูมิใจ เพราะเรามี ส.ส.ที่กล้าจะอภิปรายในหลายเรื่อง

“การที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบก็ทำให้ดาวดวงต่างๆ เบ่งบาน ดอกไม้เบ่งบานเต็มไปหมด และทำให้พรรคก้าวไกลมี ส.ส.ที่อภิปรายในสภาอย่างคมคายและน่าสนใจเต็มไปหมด ทำให้จากเดิมที่พรรคต้องพึ่งพิงตัวบุคคล วันนี้พรรคเข้มแข็งมากขึ้น และทีมจังหวัดที่เข้มแข็ง มีผู้สมัคร ส.ส.ที่มากหน้าหลายตา ทำให้มองย้อนไปตลอด 4 ปีที่ผ่านมามีแต่ความภูมิใจที่ได้สร้างพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมาและกลายเป็นพรรคก้าวไกลในวันนี้” ประธานคณะก้าวหน้ากล่าว

เมื่อถามว่าการปะทะคารมกันระหว่างนายพิธากับนายปิยบุตรเป็นการสร้างกระแสเพราะสู้พรรคอื่นไม่ได้หรือไม่ นายธนากรกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ใช่ มีปัญหากันจริง เป็นความขัดแย้งจริงๆ ไม่ได้สร้างภาพ ส่วนเรื่องที่ว่าสู้พรรคอื่นไม่ได้ก็ให้ผลเลือกตั้งเป็นตัววัด แต่เชื่อว่าพี่น้องประชาชนเห็นผลงานการทำงานในสภาอย่างใกล้ชิด ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคก้าวไกลตลอด 4 ปี แม้จะเป็นฝ่ายค้านก็สามารถทำประโยชน์ เป็นผู้แทนประชาชนได้อย่างภาคภูมิใจ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายปิยบุตรถามถึงศักยภาพของนายพิธาหลายครั้ง มองอย่างไร นายธนาธรกล่าวว่า การทำงานในสภาตลอด 4 ปี นายพิธาเป็นหัวหน้าพรรคคนเดียวที่กล้าอภิปรายปัญหาที่สำคัญของสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมา ด้วยน้ำเสียงที่เข้าใจและท่าทีที่มีวุฒิภาวะ

เมื่อถามว่ากังวลกับกฎหมายยุบพรรคติดเทอร์โบหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ยุบพรรคอนาคตใหม่เป็นอย่างไร ลองยุบพรรคก้าวไกลอีกสิ ประชาชนก็คงจะโกรธแค้น ยืนยันว่าไม่กลัว พร้อมต่อสู้ทุกสถานการณ์และรับมือกับทุกสถานการณ์

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง