‘ส.ส.ปชป.’ ชม 4 ปีสภา พรรคคนรุ่นใหม่โดดเด่น แนะปิดจุดอ่อน อยู่ให้รอด สู้ปิดสวิตช์ 3 ป.

23.02.23 | 17:35 น.

‘ส.ส.ปชป.’ ชม 4 ปีสภา พรรคคนรุ่นใหม่ ทำหน้าที่โดดเด่น ขึ้นชกจริง แนะปิดจุดอ่อน กำหนดยุทธศาสตร์ อยู่ให้รอด รับเป้าหมายแรก ปิดสวิตช์ 3 ป. 

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง “(พรรคการเมือง) พลังใหม่ เดินแบบไหน…ให้อยู่รอด?” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ โดยระบุว่า

“สถานการณ์การเมืองอยู่ในช่วงใกล้สิ้นสุดวาระสภาในวันที่ 23 มีนาคมนี้ โดยนายกฯเตรียมยุบสภาในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ก่อนคืนอำนาจให้แก่ประชาชนและจัดการเลือกตั้งในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้

ตลอดระยะเวลา 20 ปี ผมอยู่ในสนามการเมืองไทย มีบทเรียนมานับไม่ถ้วน ทั้งเรื่องความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ผ่านการบริหารราชการแผ่นดินระดับชาติ เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับอดีตนายกฯและรัฐมนตรีต่างๆ ขณะเดียวกันก็มีสายสัมพันธ์กับผู้คนทุกระดับ ทุกชั้นวรรณะ ซึ่งบทเรียนเหล่านี้ได้สร้างประสบการณ์ให้กับผมมากมาย

เมื่อไม่นานนี้ มีเพื่อนนักการเมืองต่างขั้ว ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็น “…การเลือกตั้งที่จะมาถึงในไม่กี่เดือนข้างหน้าว่ามันไม่ใช่การต่อสู้ระหว่าง “ฝ่าย non ประยุทธ์” vs “ฝ่ายประยุทธ์” ไม่ใช่ “ฝ่ายประชาธิปไตย” vs “ฝ่ายเผด็จการ” แบบเดิมๆ

Advertisement

แต่เป็นการสู้กันระหว่าง “พลังเก่า” vs “พลังใหม่”

ผมได้รับฟังและมีข้อเสนอพร้อมความเห็นประกอบว่า “กลุ่มพลังเก่า” (คนรุ่นเก่า) และ “กลุ่มพลังใหม่” (คนรุ่นใหม่) ในสังคมไทยมีมากขึ้นทุกวัน และสิ่งที่พรรคการเมืองต้องยอมรับก่อน คือสังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว ก็คือประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้นกว่าในอดีต และต้องการเปลี่ยนประเทศชาติให้ดีขึ้น ไม่ใช่ผูกขาดการครองอำนาจให้แก่คนในตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หรือระบอบสืบทอดอำนาจ

อะไรที่เคยคิดว่าแน่นอน วันนี้กลับไม่มีความแน่นอน อะไรที่คิดว่ามั่นคง วันนี้อาจจะไม่มั่นคงแล้วก็ได้ ถึงเวลาที่ทุกพรรคการเมืองไม่ว่าเก่าหรือใหม่จะต้องปรับตัวโดยด่วน

โดยเฉพาะพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ที่ผ่านมา 4 ปี ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น และมีโอกาสจะเป็นความหวังของคนไทย ทั้งนโยบายเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศ ชัดเจนเรื่องอุดมการณ์ประชาธิปไตย โดยเฉพาะบทบาทฝ่ายค้านที่ขึ้นชกสมศักดิ์ศรี ไม่มีมวยล้มต้มคนดู

แต่ด้วยท่าทีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ประกอบกับแนวร่วมต่างๆ ที่ผ่านมา จึงถูกผลักไปอยู่ฝ่ายสุดโต่งถึงขนาดบอกว่าเป็นซ้ายจัด

จึงกลายเป็นเหยื่ออันโอชะให้ผู้ไม่หวังดีนำไปบิดเบือน จนเลยเถิดเป็นทำงานการเมืองแบบทะลุเพดาน นำไปสู่ความไม่สบายใจ และความหวาดระแวง ที่จะเปลี่ยนแปลง จนเกินกติกา และกฎหมายที่กำหนดไว้

ฉะนั้นหากไม่ต้องการเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา โจทย์สำคัญข้อแรก คือต้องชัดเจน เรื่องยุทธศาสตร์ ว่ากำลังต่อสู้ และทำอะไร พร้อมแก้ไขจุดอ่อน ด้วยการทำอะไรที่เป็นสัญลักษณ์และต้องประจักษ์ชัดว่าเลือกพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่จะไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้น หรืออย่างน้อยมีอะไรเข้ามาถ่วงดุล

ต่อมา ต้องแก้ปัญหาความไม่เชื่อมั่น หลังถูกปรามาสว่า หากมีโอกาสเป็นรัฐบาลแล้ว จะบริหารประเทศไม่ได้ หรือบริหารไม่เป็น เนื่องจากเป็นคนรุ่นใหม่ยังขาดประสบการณ์ นโยบายต่างๆ ที่ประกาศไว้ช่วงหาเสียงอาจเป็นเพียงวาทกรรม หรือขายฝันเพื่อเรียกคะแนนเท่านั้น

นอกจากต่อสู้กับนักการเมืองด้วยกัน ยังต้องฝ่าด่านหิน คือระบบข้าราชการ ที่เข้มแข็ง ซึ่งต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ขอความร่วมมือให้เขาช่วยทำงาน เพราะหากเจ้าหน้าที่ภาครัฐไม่เอาด้วย ก็เตรียมนับเวลาถอยหลัง ม้วนเสื่อกลับบ้านได้เลย อย่างเช่นบางรัฐบาลในอดีต ที่ได้ความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมาก แต่ก็ไปไม่รอด

จึงจำเป็นต้องเสริมบุคลากร ที่มีประสบการณ์จริง ด้านบริหารประเทศ และประสานภารกิจการเมืองได้ และยังถือโอกาสใช้บุคลากรดังกล่าว เป็นพี่เลี้ยง หรือโค้ช สนับสนุนคนรุ่นใหม่ต่อสู้ในเส้นทางระยะยาวพลิกโฉมบ้านเมือง ขับเคลื่อนให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะเป้าหมายแรกคือปิดสวิตช์ระบอบพี่น้อง 3 ป.

ผมโพสต์นี้ ด้วยความปรารถนาดี อยากเห็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ (กลุ่มพลังใหม่) เติบโตที่จะเรียนรู้และอยู่รอดบนเส้นทางการเมือง และไม่ตกม้าตายไปเสียก่อน อีกทั้งหากทำตามข้อเสนอนี้อาจเปลี่ยนทัศนคติของ “กลุ่มพลังเก่า” ที่กำลังมองหาพรรคการเมืองแบบใหม่เพื่อฝากความหวัง หลังเบื่อหน่ายกับการเมืองเก่า”