สถานีคิดเลขที่ 12 : นายกฯจากหีบบัตร

24.02.23 | 12:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : นายกฯจากหีบบัตร เครือมติชน เป็นองค์กรสื่อมวลชน

สถานีคิดเลขที่ 12 : นายกฯจากหีบบัตร

เครือมติชน เป็นองค์กรสื่อมวลชนซึ่งทำหน้าที่เคียงคู่ประชาชนและสังคมไทยมายาวนาน มีจุดยืนชัดเจนคือ สนับสนุนสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยไม่เคยแปรเปลี่ยน ได้รับความเชื่อถือว่าเป็นสื่อมวลชนที่หนักแน่นมั่นคงในหลักการและความจริง

ในขณะที่การเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ กำลังจะมาถึงในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 นี้

วันที่ประชาชนคนไทยจะได้ร่วมกันสร้างบทใหม่ของประเทศ ด้วยมือของทุกคนที่เดินเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง

เครือมติชน โดย 5 สื่อหลัก มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี พร้อมเต็มที่สำหรับวันสำคัญของประชาธิปไตย ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร บทวิเคราะห์บทวิจารณ์ แนวคิดมุมมองจากผู้รอบรู้ทุกด้าน นำเสนอให้ประชาชนได้รับรู้อย่างครบถ้วนรอบด้านที่สุด ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกใคร เลือกพรรคไหน

Advertisement

นอกจากนำเสนอข้อมูลข่าวสารเข้มข้นบนหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ผ่านออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม

ยังจับมือ 5 พันธมิตร ได้แก่ ทีดีอาร์ไอ, สถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย, วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์, MFEC เปิด “5 เวที 10 ยุทธศาสตร์ 2 กลยุทธ์” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 เวทีอภิปราย เสวนา ที่จะทยอยจัด นำเสียงสะท้อนจากทั่วทุกกลุ่มทุกส่วนในสังคม เพื่อให้เห็นทิศทางการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิ 52 ล้านคน ได้ตัดสินใจอย่างดีที่สุด เพื่อปลดล็อกประเทศ ทลายกลไกเผด็จการแอบแฝง ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

บทเรียนจากการเลือกตั้งปี 2562 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ดีไซน์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการผูกขาดอำนาจ

ทุกฝ่ายจึงมีความหวังว่า การเลือกตั้งปี 2566 ที่ได้เห็นบทสรุปอันเลวร้ายใน 4 ปีที่ผ่านมา จะช่วยกันใช้อำนาจในมือของเราๆ ท่านๆ ขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมีอนาคตที่ดีมากขึ้นกว่านี้

ในการแถลงเปิดแคมเปญ “มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เปิดความพร้อมของ 5 สื่อหลักในเครือมติชน ที่จะสร้างความเข้มข้นของข้อมูลข่าวสารรับการเลือกตั้ง 7 พฤษภาคม

ท่ามกลางบุคคลที่มีชื่อเสียงและความรอบรู้ มาร่วมกันพูดคุยในหลายมุม

อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอประเด็นที่น่าสนใจ โดยชี้ว่าการเลือกตั้ง 2566 นี้ มีความสำคัญอย่างมากในหลายๆ ด้าน เช่น เป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ ถ้าหากผลการเลือกตั้งเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีได้

ทั้งหลังการเลือกตั้ง ผ่านไปสักระยะ จะถึงวันครบวาระของ ส.ว.ชุดปัจจุบัน ถึงเวลานั้นจะต้องร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อทำให้เป็นประชาธิปไตยให้ได้ ทั้งเปลี่ยนแปลงองค์กรอิสระ อันเป็นเครือข่ายสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถรักษาอำนาจมาได้อย่างยาวนาน

ขณะเดียวกัน การที่ 250 ส.ว.ชุดนี้ ยังมีสิทธิร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี จึงต้องผลักดันให้หยุดอำนาจของ 250 ส.ว.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำอย่างไรให้ไม่มีการใช้อำนาจ ส.ว.มาร่วมโหวตนายกฯอีก

เช่น พล.อ.ประยุทธ์ ควรนำพรรครวมไทยสร้างชาติ ชนะการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นรัฐบาลเป็นนายกฯ ด้วยการรวบรวมเสียงของ ส.ส.ในสภาเท่านั้น มาตัดสิน ต้องไม่ดึง 250 ส.ว.มาใช้ประโยชน์

อาจารย์ปริญญานำเสนอข้อเรียกร้อง ให้ผู้จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 7 พฤษภาคม
ต้องมาจากหีบบัตรลงคะแนนของประชาชนเท่านั้น ไม่มีเสียง 25 ส.ว.มาเกี่ยวข้อง