09.00 INDEX ชูปม อดีตหัวหน้า ประชาธิปัตย์ ทุ่นระเบิด จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
ข้อเสนอจาก นายสาธิต ปิตุเดชะ ให้พรรคประชาธิปัตย์จัดลำดับที่เหมาะสมให้กับคนที่เคยดำรงตำแหน่งเป็น “หัวหน้าพรรค” แม้เด่นชัดว่าเปี่ยมด้วยความปรารถนาดี
กระนั้น ในอีกด้านหนึ่งก็สร้างความอึดอัดให้กับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และคณะเป็นอย่างสูง
เพียงนึกถึงรายชื่อ ไม่ว่าชื่อ นายชวน หลีกภัย ไม่ว่าชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ไม่ว่าชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ล้วนเหมาะสม
กล่าวสำหรับ นายชวน หลีกภัย เหมาะสมยิ่งกว่าเหมาะสม เนื่องจากนอกจากเคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็น “นายกรัฐมนตรี” ถึง 2 ครั้ง ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเป็น “ประธานสภา” มาแล้ว 2 ครั้ง
เท่ากับ นายชวน หลีกภัย ผ่านประสบการณ์ในฐานะประมุขในอำนาจบริหาร และประมุขในอำนาจนิติบัญญัติจนยากที่จะหาใครมาทัดเทียมได้
ประเด็นอยู่ที่ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และคณะผู้กุมอำนาจภายในพรรคจะคิดอย่างไร
ยินดีจะเปิดหนทางให้กับ “อดีต” หัวหน้าพรรคหรือไม่
ในบรรดาอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 คน ต่อกรณีของ นายชวน หลีกภัย ต่อกรณีของ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน คณะผู้บริหารปัจจุบันอาจมีความสะดวกใจ
แต่เมื่อยกชื่อของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นมาก็ไม่แน่ว่า การจะดำเนินไปด้วยความราบรื่นหรือไม่
ไม่ว่ามองจากด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ไม่ว่าจะมองจากด้านของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะอย่างน้อยก็เคยมีจุดอันขัดแย้งดำรงตั้งภายหลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562
ประเด็นอยู่ที่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เองมีความสุกงอมมากน้อยเพียงใดที่จะเข้ามาเป็นบัญชีรายชื่อของพรรค และเข้าไปมีส่วนช่วยในการหาเสียงให้กับพรรค
เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดวิกฤตเนื่องแต่ความขัดแย้ง แตกแย้ง
และแยกตัวในพรรคก็มักจะมีชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปรากฏ
การเสนอวาระในเรื่องบทบาทของอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อผู้บริหารปัจจุบันของพรรคโดย นายสาธิต ปิตุเตชะ จึงเท่ากับเป็นการตรวจวัดอุณหภูมิภายใน
ชู นายชวน หลีกภัย เด่น แต่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย
เท่ากับเป็นการเคลียร์พื้นที่รอการหวนคืนมาอีกครั้งสำหรับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อผลการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด
ผลการเลือกตั้งนั่นแหละคือเครื่องชี้ “อนาคต” ทางการเมือง ของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

