หน้าแรก การเมือง กกต.ทำงานคู่ข...

กกต.ทำงานคู่ขนานรอคำวินิจฉัยจำนวนราษฎร ประสาน ตร.จัด 400 ชุดเคลื่อนที่เร็วปราบทุจริต

24.02.23 | 16:12 น.
แฟ้มภาพ

กกต.ทำงานคู่ขนานรอคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมจำนวนราษฎร ไม่ประมาทให้เสียเวลาเปล่า เผยเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วปราบทุจริตเลือกตั้ง 400 ชุดทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดอบรมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ กฎหมาย กฎระเบียบที่ปรับปรุงเปลี่ยนไปตามห้วงเวลาระหว่างสำนักงาน กกต. สื่อมวลชน และเครือข่ายสำนักงาน กกต.เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส.การทั่วไป พ.ศ.2566

นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวบรรยายหัวข้อ “การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ตามบทบัญญัติกฎหมายใหม่” ว่า กกต.ให้ความระมัดระวังในทุกขั้นตอนของการจัดเลือกตั้ง ซึ่งการแบ่งเขตตอนนี้เราก็รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าสิ่งที่เราดำเนินการมาแล้วถูกต้องการดำเนินการต่อไปก็จะเร็ว เพราะตอนนี้เรากำหนดขั้นตอนไว้หมดแล้ว แต่ถ้าศาลวินิจฉัยไปต่างจากที่เราดำเนินการมาสิ่งที่เราต้องเริ่มดำเนินการนั้นก็ต้องทำให้เร็วที่สุดตามกรอบเวลาที่เรามีอยู่ เราคงรอให้เวลาล่วงเลยไปไม่ได้ก็มีการดำเนินการคู่ขนานไปกับการรอศาลวินิจฉัย ทั้งนี้ ในวันที่ 23 มีนาคมนี้จะครบวาระสภานี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทเราต้องรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะจะมีขั้นของการทำไพรมารีโหวตของพรรคการเมือง ในเรื่องการประกาศให้มีการเลือกตั้งได้นั้นต้องมีพระราชกฤษฎีกา เมื่อมีแล้ว กกต.ก็จะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน

นายกิตติพงษ์กล่าวว่า ส่วนที่บอกว่าให้ประกาศให้มีการเลือกตั้งไปก่อนการมีเขตเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น คงต้องบอกว่า ทำไม่ได้ การจะประกาศวันเลือกตั้งโดยที่ไม่มีเขตเลือกตั้ง แล้วไปเลื่อนวันเลือกตั้งนั้นทำไม่ได้โดยข้อกฎหมาย ส่วนวันที่จะเลื่อนวันเลือกตั้งได้นั้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในความเห็นส่วนตัวการจะเลื่อนวันเลือกตั้งได้นั้นต้องเป็นเหตุจำเป็นที่จะไม่ทำให้ลงคะแนนได้ เช่น เกิดเหตุจลาจล แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น การจัดการเลือกตั้งได้จะต้องมีเขตเลือกตั้งก่อน

นายกิตติพงษ์กล่าวอีกว่า การรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อซึ่งของเดิมในปี 2562 เรามีใบเดียว ตามกฎหมายให้ส่งผู้สมัครแบบแบ่งก่อน แล้วจึงส่งแบบบัญชีรายชื่อได้ แต่ถ้าดูจากเลือกตั้งปี 2544 ปี 2550 หรือ 2557 ก็มีบัตรสองใบนั้น คือผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อต้องมีก่อนแล้วจึงจะมีผู้สมัครแบบแบ่งเขตก็จะทำผู้สมัครทั้งสองแบบมีหมายเลขเดียวกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการแก้กฎหมาย ปัญหาที่จะพบคือ ในขณะที่มีการรับสมัครวันแรกให้รับสมัครแบบแบ่งเขตก่อน แล้ววันที่สองจึงจะเริ่มสมัครแบบบัญชีรายชื่อ จะทำให้เบอร์ของแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อจะมีเบอร์ที่ไม่ตรงกัน

Advertisement

“ส่วนการประกาศผลเลือกตั้ง กับการรายงานผลการเลือกตั้งแบบไม่เป็นทางการนั้น บางครั้งทำให้เกิดความสับสน ซึ่งประกาศผลคำทางการคือการรับรองผลเลือกตั้งเป็นการรับรองผลตามกฎหมาย จะมีกรอบเวลาภายใน 60 วันหลังวันเลือกตั้ง ก็จะมีคำถามว่าทำไมหลังวันเลือกตั้งไม่ทยอยประกาศ ก็เพราะ กกต.ทำตามกฎหมายที่ให้ประกาศร้อยละ 95 ของจำนวนเขตเลือกตั้งทั้งหมด คือ กกต.ต้องประกาศให้ในครั้งเดียวให้ได้อย่างน้อย 380 เขตทั่วประเทศ” นายกิตติพงษ์ระบุ

ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. กล่าวบรรยายหัวข้อ “กลยุทธ์การแสวงหาข่าวและป้องปราบการทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.” ว่า กฎหมายเลือกตั้งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดังนั้น การสื่อสารออกให้ประชาชนรับทราบ เข้าใจดีเป็นไปนั้นค่อนข้างลำบาก ซึ่ง กกต.ไม่ได้มีกฎเหล็กอะไร มีแต่กฎหมายที่จะปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าระเบียบเราไม่ละเอียดทั้งผู้สมัครและพรรคการเมืองก็จะดำเนินการไม่ถูก เมื่อเราออกละเอียดไปก็จะมีการซิกแซ็กนั้นก็จะเป็นดาบสองคมได้

ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เราเตรียมตัวไม่น้อยกว่าครั้งอื่นๆ มีการตั้งเจ้าหน้าที่สอบสวน ทั้งออกภาคสนาม และซูม และครั้งนี้การดำเนินการจะรวดเร็วกว่าครั้งอื่น เพราะมีการบัญญัติเรื่องเวลาในกระบวนการยุติธรรมกำหนดไว้ ทั้งนี้ เราได้ขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 400 ชุดทั่วประเทศ ในการดูแลความเรียบร้อย และการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวว่า ส่วนงานสืบสวนสวนสอบเราได้ให้มีการตั้งศูนย์สืบสวนสอบสวนทุกจังหวัด ด้านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรดมีการพัฒนาข้อมูลให้ผู้โหลดต้องแสดงตัวตนด้วยการแสดงเลขประจำตัวประชาชนทั้ง 13 หลัก ซึ่งตอนนี้มีผู้โหลดแอพพ์แล้ว 10,000 คน และมีข้อมูลกว่าพันข้อมูลที่เรานำมาใช้ในการสืบสวนสอบสวน

“จากสถิติในการเลือกตั้งปี 2562 มีคำร้อง จำนวน 500 เรื่อง ส่วนคำร้องส่วนท้องถิ่นมี 7,000 เรื่อง นอกจากนี้ เรายังมีเงินรางวัลแจ้งข้อมูลเบาะแสทุจริตเลือกตั้งที่มีเงินรางวัลสูงสุด 2 ล้านบาท หลังศาลพิพากษาเรื่อง และการคุ้มครองพยานการเลือกตั้ง ใครที่มาเป็นพยานให้เรา เราคุ้มครองให้หมดกว่า 26 รายแล้ว” ร.ต.อ.ชนินทร์ระบุ

ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวอีกว่า ในส่วนที่มีสถิติเรื่องร้องเรียนการกระทำความผิดสูงนั้น ด้วยการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการแข่งขันสูง แต่เราไม่ได้ละเลยการกระทำความผิด เมื่อมีการร้องเรียนที่ไหนเราก็ดำเนินการรับเรื่องมาตรวจสอบหมด ทำให้ดูเหมือนมีเรื่องร้องเรียนเยอะ ส่วนจะทำอย่างไรให้ลดน้อยลง ประการแรก ต้องทำความเข้าใจกับผู้สมัครและประชาชนว่ากฎหมายมีความชัดเจนอยู่ในระดับหนึ่ง ประการที่สอง การซื้อสิทธิขายเสียง สื่อต้องช่วยสื่อสารว่ามีการลงโทษจริง พวกที่เราจับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็มีอยู่

ขณะที่ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวบรรยายหัวข้อ “การทำไพรมารีโหวต และค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมือง” ว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ 86 พรรค ก่อนการส่งผู้สมัครเลือกตั้งพรรคการเมือง และผู้สมัครต้องเข้าระบบการทำไพรมารีโหวต การมีส่วนร่วมแบบกว้างขวาง ซึ่งต้องมีสาขา ตัวแทน และกรรมการสรรหาของพรรค ข้อห้ามของการทำไพรมารีโหวตพรรคการเมืองต้องเรียกรับทรัพย์สิน หรือสัญญาว่าจะให้ในการเลือกบุคคลเข้ารับสมัคร และไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวของกับพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำไพรมารีโหวต

พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์กล่าวว่า ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งถ้าเป็นกรณีครบวาระสภารายบุคคลของผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตคนละ 7 ล้านบาท กรณียุบสภาคนละ 1.9 ล้านบาท ส่วนพรรคการเมืองกรณีครบวาระสภา ค่าใช้จ่าย 163 ล้านบาท และกรณียุบสภา 44 ล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง