หน้าแรก การเมือง ดำรงค์ ค้านหน...

ดำรงค์ ค้านหนักเฉือนอุทยานฯ ทับลาน 2.7 แสนไร่ หวั่นตกไม่ถึงมือคนจนจริง

24.02.23 | 15:49 น.

ดำรงค์ ค้านหนักเฉือนอุทยานฯ ทับลาน 2.7 แสนไร่ หวั่นตกไม่ถึงมือคนจนจริง รีสอร์ต-บ้านพักตากอากาศเป็นคดีได้ประโยชน์ ชี้นักการเมืองในพื้นที่ใช้หาเสียงช่วงเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการ การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน มีมติเห็นชอบแนวทางการใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขต ปี พ.ศ.2543 ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4,000 (One Map) พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี โดยกันพื้นที่ออก 2.7 แสนไร่ ให้ ส.ป.ก.นำไปจัดสรร 1.6 แสนไร่ และอีก 1.1 แสนไร่ คืนให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการตามความเหมาะสมนั้น

โดยนายดำรงค์กล่าวว่า ตนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการสำรวจหรือไม่ ว่าเป็นคนจนจริงๆ ทั้งหมดกี่ราย และเป็นคนรวยกี่ราย วันนี้ที่ดินส่วนใหญ่เปลี่ยนไปอยู่ในมือนายทุนทั้งนั้น แล้วทำไมต้องเป็นการให้ ส.ป.ก.นำไปจัดสรร เจตนาแอบแฝงอะไรหรือไม่ ที่ผ่านมาก็เสียหายเพราะอ้างว่าที่ดินอยู่ในเขต ส.ป.ก. แล้วสร้างรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศกัน ทั้งที่ไม่สามารถทำได้ เพราะยังเป็นที่ดินในเขตอุทยานฯ ตนไม่คัดค้านหากนำไปจัดสรรให้คนจากคนจนจริงๆ ทำกิน แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ ตามหลักการของ คทช. ไม่ใช่การให้เอกสารสิทธิ ไม่เช่นนั้นพื้นที่ป่าหมดแน่ เพราะที่ผ่านมาก็ไปสร้างรีสอร์ต บ้านพัก รอกันไว้แล้ว

นายดำรงค์กล่าวต่อว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นการหาเสียงของพรรคการเมือง ในช่วงใกล้เลือกตั้ง เพราะมีนักการเมืองในพื้นที่หลายคนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และหวังคะแนนเสียงกัน หากนำที่ดินไปให้ ส.ป.ก.จัดสรร ก็มีโอกาสที่รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีจะได้ประโยชน์ ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่กระทบกับส่วนที่เป็นคดีความไปแล้ว เพราะอาจนำเรื่องนี้ไปอ้างในการต่อสู้คดีได้ ทั้งนี้แนวเขตปี 2543 เป็นการแบ่งเส้นว่าไม่ให้ประชาชนบุกรุกเข้ามาเพิ่มอีก ไม่ใช่การไปบอกว่าให้เพิกถอนออกจากพื้นที่อุทยานฯ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่สามารถดำเนินการได้โดยง่าย เพราะอีกไม่อีกนานก็จะเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่รัฐบาลใหม่จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ที่สำคัญยังมีขั้นตอนของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปได้