หน้าแรก การเมือง ‘โรม’ ตอกกลับ...

‘โรม’ ตอกกลับ ‘พีระพันธุ์’ อย่ามัวแต่ขู่ฟ้อง ท้า กางหลักฐานเช่าตึกที่ทำการพรรค รทสช.

24.02.23 | 16:25 น.

‘โรม’ ตอกกลับ ‘พีระพันธุ์’ อย่ามัวแต่ขู่ฟ้อง ท้า กางหลักฐานเช่าตึกที่ทำการพรรค รทสช.

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำนายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว. จึงมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรค รทสช. พิจารณาว่าจะยื่นฟ้องร้องนายรังสิมันต์หรือไม่ว่า การที่ตนพูดพาดพิงถึงพรรค รทสช. เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันเปิดตัวในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครทสช.

ซึ่งแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเพิ่งสมัครสมาชิกพรรคได้ไม่นานและไม่ได้มีตำแหน่งบริหารใดๆ ในพรรค แต่ในทางการเมืองเป็นที่รู้กันอย่างดีว่าพรรครทสช. ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นฐานสำหรับการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป และ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีความใกล้ชิดกับผู้บริหารพรรคหลายคน เช่น นายพีระพันธุ์ ที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 จนยกระดับมาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าสำนักงานพรรครทสช. ตั้งอยู่บนที่ดินของนายอุปกิต ตนในฐานะ ส.ส. จึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ ใช้เอกสิทธิตั้งคำถามในสภาฯ ว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังร่วมมือกับบุคคลที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ ควรสืบรู้ได้ว่ามีข้อครหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการฟอกเงิน หรือไม่

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนที่นายพีระพันธุ์ระบุว่า การไปเช่าทรัพย์สินนั้นเป็นเรื่องปกติทั่วไป ถ้าไปเช่าทรัพย์สินใครแล้วเจ้าของมีความผิดและคนเช่าผิดไปด้วยก็คงไม่มีการเช่าทรัพย์สินเกิดขึ้นในประเทศ ตนเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงเป็นการตกลงกันระหว่างฝ่ายหนึ่งคือพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนนายกรัฐมนตรี กับอีกฝ่ายคือผู้มีข้อครหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการฟอกเงิน พรรค รทสช. สมควรชี้แจงให้กระจ่าง ซึ่งตนก็ไม่เคยขัดขวาง เช่นเรื่องสัญญาเช่าที่ดินและอาคารมาเป็นที่ทำการพรรค ที่อ้างว่าทำกันปีต่อปี ถ้ามีอยู่จริงก็สามารถนำมาแสดงให้ดูได้ตั้งแต่วันถัดจากที่ตนอภิปรายด้วยซ้ำ แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนจะยังไม่เคยมีการเปิดเผยแต่อย่างใด

นายรังสิมันต กล่าวต่อว่า ที่สำคัญกว่านั้น ไม่ว่าจะมีการเช่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ การที่นายอุปกิต ที่มีสถานะเป็น ส.ว. ยินยอมให้พรรครทสช. นำที่ดินและอาคารของตัวเองไปเป็นสำนักงานพรรค อาจเข้าข่ายการที่ ส.ว. แสดงการฝักใฝ่หรืออยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมือง ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 113 โดยในส่วนของนายอุปกิต ตนได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว และในโอกาสนี้ก็อยากถามไปยังพรรค รทสช. ว่าการที่หัวหน้าพรรคยอมรับเองว่ามีการเช่าที่ดินและอาคารจาก ส.ว. เท่ากับว่าได้ตกลงกันในสิ่งที่รู้อยู่ว่าเป็นการที่ ส.ว. กระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างนั้นใช่หรือไม่

Advertisement

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัวกับนายพีระพันธุ์ ในอดีตเคยร่วมงานกันด้วยดีในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่นายพีระพันธุ์เป็นหัวหน้าพรรครทสช. ตนคาดหวังว่าจะได้รับการชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วนกว่านี้ มิใช่การขู่ว่าจะดำเนินคดีใส่กัน