หน้าแรก การเมือง อินไซด์สนามร้...

อินไซด์สนามร้อน : ส่องสนามสงขลา 9 เขต ศึกพรรคร่วมรบ.ชิงกันเอง

25.02.23 | 11:00 น.

อินไซด์สนามร้อน : ส่องสนามสงขลา 9 เขต ศึกพรรคร่วมรบ.ชิงกันเอง

สนามเลือกตั้ง ส.ส.จ.สงขลาในปี 2566 หลายพรรคการเมืองมีเดิมพันสูงกับความหวังปักธงคว้าที่นั่ง ส.ส. แต่ละพรรคจึงจัดทัพผู้สมัครชนิดเกรดเอมาลงสู้ศึก

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 จ.สงขลา มี ส.ส.รวม 8 เขต ซึ่งพรรคใหม่อย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) สามารถชิงที่นั่ง ส.ส.จากเจ้าของพื้นที่เดิมอย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มาได้ โดยพรรค พปชร.ได้มา 4 ที่นั่ง พรรค ปชป.รักษาไว้ได้ 3 ที่นั่ง และพรรค ภท.เจาะมาได้ 1

ขณะที่การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง หากเป็นไปตามไทม์ไลน์ คือ 7 พฤษภาคม จ.สงขลา ได้รับการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เพิ่มขึ้นรวมเป็น 9 เขต

การเลือกตั้งครั้งนี้แม้จะมีพรรคการเมืองจากหลายพรรค ประกาศส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ แต่การแข่งขันคงไม่พ้นการช่วงชิงกันของกลุ่มพรรคใหญ่ ที่มีฐานเสียงสนับสนุนในพื้นที่

Advertisement

อย่างพรรค ปชป. พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรค พปชร. และพรรค ภท. โดยพรรค ปชป.มีเดิมพันสูง คือ ต้องทวงคืนที่นั่งเดิมที่เคยเสียไปให้กับพรรค พปชร. และพรรค ภท.

ให้ชาวสงขลากลับมามีความเชื่อมั่นต่อพรรค ปชป.เหมือนเดิม

เมื่อตรวจแนวรบทั้ง 9 เขตเลือกตั้ง พบว่า ในส่วนของพรรค พปชร.ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ 4 เขตนั้น เขต 1 เจ้าของที่นั่งเดิม คือ วันชัย ปริญญาศิริ ลาออกไปลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาและได้รับเลือกตั้งไปแล้ว ส่วนอีก 3 เขต คือ เขต 2 ศาสตรา ศรีปาน เขต 3 พยม พรหมเพชร และเขต 4 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ทั้ง 3 คน ย้ายไปสวมเสื้อลงรับเลือกตั้งกับพรรค รทสช. เพื่อหวังกระแส “พล.อ.ประยุทธ์” หนุนส่งเข้าสภาอีกครั้ง จากการประเมินกระแสในพื้นที่ก็มีแนวโน้มว่าได้รับเลือกตั้ง

ขณะที่เขตที่น่าจับตามองนั้น คือ เขต 1 เขต 3 และ เขต 5 โดยเขต 1 ถือเป็นคู่ชิงต่างวัย ระหว่าง เจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.เขต 1 ถึง 4 สมัย จะชิงชัยกับ สรรเพชญ บุญญามณี บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ นิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สวมหมวกรองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค

โดยการเลือกตั้งปี 2562 “เจือ” ถูกขยับให้ไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้ “สรรเพชญ” ได้ลงเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 แทน แต่สุดท้าย “สรรเพชญ” พ่ายให้กับ “วันชัย” จากพรรค พปชร.

การเลือกตั้งครั้งนี้ “เจือ” ออกจากค่ายประชาธิปัตย์ เข้าสู่รวมไทยสร้างชาติ พร้อมกับหวังกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังมีเรตติ้งดีอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ช่วยเป็นแรงหนุนคว้าชัยเลือกตั้ง

ขณะที่ฝ่าย “สรรเพชญ” ลุยทำพื้นที่เดินพบปะพี่น้องประชาชนพร้อมช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มาตลอด

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 สนามนี้ พยม พรหมเพชร ย้ายค่ายจากพลังประชารัฐไปรวมไทยสร้างชาติ แข่งกับ ไพร พัฒโน จากพรรค ภท. และ สมยศ พลายด้วง จากพรรค ปชป. ถือเป็นคู่แข่งสำคัญ สนามนี้ “พยม” ขยันไปร่วมงานบุญกิจกรรมของชุมชนไม่เคยขาด เช่นเดียวกับ “ไพร” ซึ่งเป็นหนึ่งในความหวังของภูมิใจไทย ที่จะปักธงเพิ่มอีก 1 เขต จากเดิมที่มี ส.ส.สงขลาแล้ว 1 เขต คือ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ในเขต 7 สงขลา

“ไพร” นั้น เคยเป็นอดีต ส.ส.ของ ปชป.เมื่อหลายปีก่อนในพื้นที่นี้ อีกทั้งเคยเป็นนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และมีกลุ่มเครือญาติรวมถึงผู้ให้การสนับสนุนทางการเมืองมาตั้งแต่รุ่นบิดา คือ ไสว พัฒโน ในส่วนของพรรค ปชป.ครั้งนี้ส่ง สมยศ พลายด้วง หรือโกถึก ที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เคยแซวว่ารวยมาก เมื่อครั้งเปิดตัวนายสมยศ เป็นว่าที่ผู้สมัครของพรรค

ส่วนเขต 5 เจ้าของที่นั่งคือ เดชอิศม์ ขาวทอง หรือนายกชาย รองหัวหน้าพรรค ปชป.ที่ดูแลภาคใต้ การเลือกตั้งครั้งนี้จะลงรักษาที่นั่งเขต 5 ว่ากันว่าผู้นำท้องถิ่นยังคงให้การสนับสนุน แต่ประเด็นเรื่องการส่งภรรยา ลงสมัคร ส.ส.ในเขต 6 และในเขต 9 ซึ่งเป็นเขตใหม่ที่เพิ่งจะมีขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ “เดชอิศม์” จะส่งบุตรชาย คือ ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ลงสมัครอีก เป็นเรื่องที่ชาวสงขลาบางกลุ่มค้างคาใจ รวมถึงมีเครือญาติที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกโบราณสถานและกระแสข่าวอีกมากมาย ที่ถือเป็นเป้านิ่งให้คู่ท้าชิงอย่าง ปรีชา สุขเกษม ที่ประกาศตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 5 สงขลา ในนามพรรค รทสช. โดย “ปรีชา” เน้นการเดินลงไปพบปะ พูดคุย นำเสนอนโยบายการพัฒนา ตามแนวทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำกิจกรรมในชุมชน/หมู่บ้านมานาน ทั้งยังเป็นคนพื้นที่ พร้อมเจาะกลุ่มบุคคล เครือข่ายที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามคู่แข่ง เข้ามาผนวกกำลัง หวังเข้ามาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้

ศึกชิง 9 ส.ส.สงขลา จึงเลี่ยงไม่ได้ที่พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมาสู้กันเอง