“ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง ช่วยเหลือประชาชนทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน น้ำแล้ง น้ำท่วม การแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำในทุกพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเดียวคือ ให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีความสุข ลงพื้นที่ที่ไหน มีแต่ชาวบ้าน ทั้ง เด็กเล็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ มาขอถ่ายรูป และขอหอมแก้ม ทำเอาเรตติ้ง “ลุงป้อม” พุ่งขึ้นไม่หยุด ฉุดเรตติ้งพรรคพปชร.ดีตามไปด้วย
นอกจากนี้ เวลา “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร ไปไหนเป็นการส่วนตัว สร้างความแตกต่างกับ นักการเมืองคนอื่นๆ อย่างเช่น ไปเอง เยาวราช ช่วงตรุษจีน เดิน ตลาด อ.ต.ก. สวมเสื้อ แจ็กเกต สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ เดินยิ้มแย้มทักทายประชาชน อย่างเป็นกันเอง สร้างสีสันทางการเมือง เข้า กับเพลงยอดฮิต ติดปาก “ทรงอย่างแบด” แต่เลือกตั้งคราวนี้ “ลุงป้อม” คงไม่ sad แน่นอน เพราะมีแต่เสียงเชียร์ ให้เป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 กระหึ่มในทุกพื้นที่ บวกกับผลงานที่จับต้องได้ กับการเดินบุกลุยลงพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ที่ “ลุงป้อม” ในฐานะเป็น ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ

ผลงาน ตลอดระยะเวลาที่ “ลุงป้อม” กำกับดูแลงานด้านน้ำได้ลงพื้นที่กว่า 62 ครั้ง ใน 54 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ 13 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 จังหวัด ภาคกลาง 9 จังหวัด ภาคตะวันออก 5 จังหวัด ภาคตะวันตก 2 จังหวัด และภาคใต้ 12 จังหวัด ซึ่งหลายๆ โครงการเกิดประโยชน์โดยตรงจนเป็นที่พอใจต่อประชาชนและมีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เช่น การอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง โครงการจัดหาน้ำบนดินและใต้ดิน เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรอง เร่งขยายผลโครงการพัฒนาน้ำบาดาลในเกษตรแปลงใหญ่ไปทุกพื้นที่อย่างน้อยหนึ่งอำเภอหนึ่งโครงการในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมีการดำเนินการตามแผนแม่บทน้ำ 20 ปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขับเคลื่อนมาตรการฤดูแล้ง
ปี 64/65 ส่งผลให้มีการเพาะปลูกเกินแผนเพียง 1.69 ล้านไร่ เมื่อเทียบกับฤดูแล้ง ปี 63/64 ที่มีการเพาะปลูกเกินแผนมากกว่า 4.3 ล้านไร่ มูลค่าความเสียหายน้อยลง รวมถึงการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปี 64/65 ไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2561 – ปัจจุบัน พบว่า สามารถพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพประปาหมู่บ้านได้ถึง 5,005 แห่ง พัฒนาแหล่งน้ำผิวดินสามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น 1,358 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรได้ปริมาณน้ำ 154 ล้าน ลบ.ม. ประชาชนได้รับประโยชน์จากน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรถึง 1.33 ล้านครัวเรือน ดำเนินการก่อสร้างระบบป้องกันอุทกภัย มีพื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน 40,448 ไร่ ประชาชนได้รับการป้องกัน 34,582 ครัวเรือน

ในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ในฐานะที่ “ลุงป้อม” กำกับดูแล สถาบันบริหารจัดการที่ดิน บจธ.ปัจจุบัน บจธ. ได้ดำเนินการกระจายการถือครองที่ดิน โดยผ่านโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืนในรูปแบบแปลงรวมถือกรรมสิทธิ์ร่วม ประชาชนมีส่วนร่วม บริหารจัดการที่ดินร่วมกันในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน สนับสนุนไปแล้ว 11 กลุ่ม และสหกรณ์การเกษตร 1 กลุ่ม ใน 5 ภูมิภาค ทุกกลุ่มมีระบบการบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน มีการออมเงิน การวางแผนการผลิต และแผนการตลาด สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิต และความรู้เรื่องการตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ สนับสนุนสมาชิกเกษตรกรในโครงการฯ จำนวน 482 ครัวเรือน พื้นที่ประมาณ 1,234 ไร่
นอกจากนี้ “ลุงป้อม” ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง มาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ได้ สั่งการให้หน่วยงานภายใต้คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน และคณะอนุกรรมการจัดที่ดินเร่งรัดการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยและสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมพัฒนาอาชีพ และจัดทำระบบสาธารณุปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้ประชาชน
ล่าสุดนักวิชาการหลายคนยก “ลุงป้อม” แรงสุดนั่งนายกคนที่ 30 คงต้องชม ทีมงานใกล้ชิด “ลุงป้อม” ที่จัดโปรแกรมลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และลงพื้นที่สัมผัสใกล้ขิดประชาขน เข้าถึงง่าย อยู่ในกระแสตลอดเวลา เห็นแบบนี้ คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะถูกจัดให้เป็นเต็งหนึ่ง ที่จะเป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 แต่ทั้งหมดคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนในวันเลือกตั้งที่ใกล้จะมาถึงอีกไม่นาน

