หน้าแรก การเมือง บทนำมติชน : ใ...

บทนำมติชน : ใช้อำนาจเกิน

1.03.23 | 01:00 น.
บทนำ : ใช้อำนาจเกิน นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

บทนำมติชน 1 มีนาคม : ใช้อำนาจเกิน

นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งออกระเบียบ 3 ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ระบุระยะเวลาที่ใช้ในการยุบพรรคการเมืองเพียง 67 วัน จากเดิมไม่ได้กำหนดระยะเวลา ได้ตรวจข้อกฎหมายลำดับศักดิ์ของกฎหมายแล้ว พบว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.กกต.ไม่ได้ให้อำนาจ กกต.ออกระเบียบในลักษณะนี้ได้ อาจเป็นการออกระเบียบโดยไม่มีอำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจ ระเบียบดังกล่าวจึงอาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ประกอบกับการยุบพรรคเป็นโทษกับพรรคการเมือง กกต.จึงไม่มีอำนาจออกระเบียบได้ และระเบียบดังกล่าวไม่สามารถมีผลย้อนหลังในคดีความที่นักร้องต่างๆ ได้ยื่นยุบพรรคการเมืองในช่วงก่อนหน้านี้ด้วย

รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวอีกว่า การยุบพรรคการเมืองจะกระทำได้ในกรณีใดบ้าง กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองโดยเฉพาะอยู่แล้ว กกต.จะออกระเบียบเพิ่มอำนาจ และเหตุยุบพรรคให้ต่างจากกฎหมายแม่บทไม่ได้ ขอเรียกร้องให้ กกต.ใช้อำนาจตามหลักความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองและหลักความได้สัดส่วน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ที่น่ากังวลคือ ที่ผ่านมาบางหน่วยราชการมีตรรกะในการใช้อำนาจมากกว่ากฎหมาย สภาพเช่นนี้เกิดมาตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้าสู่อำนาจ พรรคเพื่อไทยมุ่งหมายให้บ้านเมืองเดินไปด้วยกฎหมาย ความยุติธรรม ยึดหลักนิติธรรม และหลักการประชาธิปไตยที่ควรจะเป็นในรูปแบบสากลเพื่อให้ความยุติธรรม และประชาธิปไตยหยั่งรากลึกลงในสังคมให้ได้

รองเลขาฯพรรคเพื่อไทยชี้ว่า กกต.ขยันเป็นพิเศษ ขณะที่คนทั้งประเทศใจจดใจจ่อเตรียมเลือกตั้ง เรื่องแบ่งเขตยังไม่เรียบร้อย แต่ กกต.มาออกระเบียบเรื่องยุบพรรค สังคมเพรียกหารัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งมากกว่าการหาเหตุยุบพรรค ฝากให้รัฐบาลและ กกต.ได้ตระหนักในเรื่องนี้ด้วย ข้อสังเกตจากรองเลขาฯพรรคเพื่อไทยในเรื่องการยุบพรรคเป็นเรื่องที่หน่วยงานต่างๆ พึงระมัดระวัง เพราะตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมาเกิดการยุบพรรคหลายครั้ง จนบางครั้งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเรื่องเหมาะสม หรือสมควรแค่ไหน ขณะนี้ประเทศกำลังกลับเข้าสู่ประชาธิปไตย ระเบียบในการยุบพรรคควรยึดโยงกับประชาชนมากกว่านี้หรือไม่