หน้าแรก การเมือง สมศักดิ์ แจง ...

สมศักดิ์ แจง ‘เลื่อน’ ใช้ พ.ร.บ.อุ้มหาย เหตุ ตร.ไม่พร้อม ยันหาก จนท.ทำผิด ไม่มีเว้นโทษ

28.02.23 | 12:56 น.

‘สมศักดิ์’ แจงสภาออก พ.ร.ก.เลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันทรมานและอุ้มหาย 4 มาตรา เป็นเวลา 7 เดือน เหตุ ตร.ไม่มีความพร้อม ‘งบประมาณ-อุปกรณ์-บุคลากร’ ยันฐานความผิดการทรมาน-อุ้มหายยังมีอยู่ หากพบเจ้าหน้าที่ทำผิดลงโทษเต็มที่ ไม่ได้เว้นการลงโทษ

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นนัดพิเศษ เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยมี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา คนที่สอง เป็นประธานการประชุม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า กระทรวงยุติธรรม ได้ผลักดันกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหายตั้งแต่ปี 2550 แต่ก็สะดุดมาโดยตลอด จนมาถึงยุคตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ได้เสนอกฎหมายนี้เข้า ครม.ใหม่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และเสนอกฎหมายเข้าสภาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 จนทุกฝ่ายเห็นชอบ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ขอยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ทั้งการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนกฎหมาย การจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน การสร้างการรับรู้ แต่กระทรวงยุติธรรมได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 ขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายในหมวด 3 ซึ่งมีทั้งหมด 8 มาตรา ออกไปก่อนแบบไม่มีกำหนด

เนื่องจากมีเหตุขัดข้อง คือ 1.ขาดงบประมาณและอุปกรณ์ 2.ขาดความพร้อมของบุคลากร และ 3.ขาดมาตรฐานกลางในการปฎิบัติงาน

Advertisement

จึงได้มีการพิจารณาเหตุขัดข้องของตำรวจถึงผลร้ายหากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความไม่พร้อม อาจส่งผลต่อชีวิตร่างกายของประชาชนโดยตรง รวมถึงจะส่งผลไม่ปลอดภัยต่อสาธารณะ ที่ทำได้ไม่สมบูรณ์ อาจเกิดการโต้แย้งในการดำเนินคดีได้ โดยจากข้อเท็จจริง ถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 จึงขอเสนอพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยมีสาระสำคัญคือ การเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย จำนวน 4 มาตรา คือ มาตรา 22-25 ออกไปให้บังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้

“ผมขอเรียนสภาผู้แทนราษฎรว่า การตราพระราชกำหนดนั้น เป็นการขยายเวลากำหนดบังคับใช้มาตรา 22-25 เป็นการชั่วคราว หรือประมาณ 7 เดือน ส่วนฐานความผิดการกระทำทรมาน หรืออุ้มหายยังคงมีอยู่ และยังบังคับใช้อย่างเต็มที่ โดยหากเจ้าหน้าที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ก็จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ไม่ได้เว้นการลงโทษแต่อย่างใด รวมถึงปัจจุบัน หน่วยงานต่างๆ ก็ได้เร่งขับเคลื่อน เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รมว.ยุติธรรมกล่าว