เหมือนกับ “โรดแมป” จะเป็น “ข้อกำหนด”อันมาจาก “คสช.”และเป็นผลพวงแห่ง”รัฐประหาร”
เป็น “ความจริง”
เพราะไม่ว่า “ปฏิญญาโตเกียว” ไม่ว่า “ปฎิญญานิวยอร์ค”ล้วนออกมาจาก “คสช.”
เป็นความจริงอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
และยังเป็นความจริงอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558
เช่นเดียวกับเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559
แต่สถานการณ์ในเดือนธันวาคม 2559 ในห้วงแห่งการเปลี่ยน ผ่านไปยังเดือนมกราคม 2560
“ความจริง” นี้ก็เริ่ม “แปรเปลี่ยน”
“อำนาจ” ยังเป็นของ “คสช.” แน่นอน แต่ก็ไม่แน่ว่า “โรดแมป” จะเป็น “สมบัติ” ของ”คสช.”แต่เพียงผู้เดียว
ยิ่งเข้าสู่ปี 2560 ยิ่งจะ”ไม่ใช่”
หากสดับตรับฟัง “เสียง” ที่ปรากฏและดังขึ้นเป็นลำดับในสังคมการเมือง นับแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา
ก็จะสัมผัสได้ถึง “การเปลี่ยนแปลง”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการเรียกร้องอย่าง”เร่งเร้า”ในเรื่องปลดล็อกคำสั่ง “คสช.”เกี่ยวกับ “พรรคการเมือง”
อาจมี “จุดเริ่ม”จาก”นักการเมือง”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จาก พรรคเพื่อไทย ประสานเข้ากับจาก พรรคประชาธิปัตย์
อาจถูก”ปฏิเสธ” อย่างเฉียบขาดใน “เบื้องต้น”
ไม่ว่าจะโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
คำถามก็คือ คำ”ปฏิเสธ”นี้พวกเขา”ฟัง”หรือไม่
เด่นชัดยิ่งว่า หากเป็นการ”ฟัง” ก็เป็นการฟังในแบบที่”ไม่ได้ยิน”
เสียงเรียกร้อง อย่างเร่งเร้า ยัง”กระหึ่ม”
สภาพการณ์ในทาง”การเมือง”เช่นนี้เป็น”รูปธรรม”สะท้อนอะไรที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า
1 ยืนยันว่า”โรดแมป”มิได้เป็นสมบัติของ”คสช.”เท่านั้น
ตรงกันข้าม “โรดแมป” เป็นสมบัติ “ร่วม”ของประชาชาติไทยอย่างสมบูรณ์
มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะต้อง”สนใจ”และ”เข้าร่วม”
1 ความหวาดกลัวกระทั่งบังเกิดอาการสยบยอมต่อ “อำนาจ” ของ “คสช.”มิได้ดำรงอยู่เหมือนเดิม
อย่างน้อยก็ไม่เหมือนกับเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เพราะหากเป็นอย่างนั้น การเรียกเข้าค่ายเพื่อ”ปรับทัศนคติ”จักต้องบังเกิดขึ้น
อำนาจ”คสช.”มีอยู่ แต่”ลดทอน”ลง

