เดินหน้าชน : อย่าแค่‘ทำคอนเทนต์’

1.03.23 | 12:05 น.

ปี่กลองทางการเมืองเริ่มบรรเลงกันคึกคักขึ้น เมื่อเข้าสู่ช่วงหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง

จนถึง ณ วันนี้คาดว่าเลือกตั้งน่าจะเกิดภายในเดือนพฤษภาคม 2566 ค่อนข้างแน่ 

ถ้าไม่ไปเจอเรื่องคาดไม่ถึงซะก่อน

ตอนนี้ทุกพรรคการเมือง ต่างนำเสนอนโยบายที่คิดว่าโดนใจประชาชน

ส่วนใหญ่จะเน้นโครงการประชานิยม เกี่ยวกับปากท้องความเป็นอยู่ จับต้องได้ โดยเฉพาะสวัสดิการต่างๆ

Advertisement

แต่ละพรรคเกทับ บลั๊ฟแหลก ใครให้ได้มากกว่ากัน 

ตัวอย่างเช่น ค่าแรง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ค่ารักษาพยาบาล ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารักษาพยาบาล ค่าดูแลบุตร 

ค่าเล่าเรียน เงินผู้สูงอายุ เป็นต้น

นอกจากคำถามที่ว่า นโยบายทั้งหลายเหล่านี้ ทำได้จริง มากน้อยแค่ไหน หรือแค่การขายฝัน

ประเด็นนั้น เชื่อว่าเป็นประเด็นที่ทาง กกต.คอยเฝ้าจับตาดูอยู่ตลอด

แต่สิ่งหนึ่งที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ นโยบายประชานิยมต่างๆ ทั้งหลายเหล่านั้น

จะหาเงินมาจากไหนเพื่อดำเนินโครงการ

งบประมาณของประเทศ ปี 2567 ตั้งไว้ที่ประมาณ 3.3 ล้านล้านบาทกว่าๆ

หักลบกลบหนี้ทั้งรายจ่ายประจำ รายจ่ายใช้หนี้

จะมีงบพอเหลือใช้ตามแผนงานต่างๆ ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท

ทีนี้ลองคิดดูว่านโยบายที่ใช้หาเสียงต่างๆ นั้น ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ลองคำนวณดูไม่ยาก

อย่างเช่น กรณีบัตรคนจนตามแผนที่บิ๊กตู่พล.. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปราศรัยหาเสียงที่นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

บิ๊กตู่บอกว่ามีนโยบายเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เหมือนตอนนี้ แต่พัฒนาไปอีกขั้นเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส เพิ่มเงินให้เป็นคนละ 1 พันบาท

เป็นการปาดหน้าเอาคืนบิ๊กป้อมพล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เคยประกาศไว้ที่ 700 บาท

ไม่รู้เป็นการเอาคืน หลังจากก่อนหน้าบิ๊กป้อมเคยลงพื้นที่ปาดหน้าบิ๊กตู่มาแล้ว 2-3 ครั้ง หรือไม่

อาจเป็นเรื่อง 2 ลุง หยอกเอินกันหรือยังไง ท่าไหน ก็ยังสงสัยกันอยู่

แต่ถ้าคำนวณจากยอดผู้ได้สิทธิบัตรคนจนรอบล่าสุดนี้ จะเริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้

กระทรวงการคลังระบุตัวเลขประมาณ 14.5 ล้านคน 

ลองคูณกันดู จะเห็นว่า เมื่อบวกงบประมาณทั้งหลายทั้งหมด ตามที่แต่ละพรรคประกาศอกมา 

จะพบว่า งบประมาณไม่เพียงพอแทบทุกพรรคอย่างแน่นอน

จะหางบประมาณมาจากไหน จึงจะทำได้ตามที่หาเสียงไว้ทั้งหมด

ดังนั้น นอกจากประกาศนโยบายหาเสียงแล้ว ควรจะบอกวิธีหาเงินไว้ด้วย ว่าจะหามาจากไหน อย่างไร

ในสถานการณ์ฐานะการเงินของประเทศ มีหนี้สินค่อนข้างสูง ต้องขยายเพดานเงินกู้ ภายหลังสถานการณ์โควิด

ถ้าไม่มีแผนหาแหล่งที่มาของเงิน ไม่เช่นนั้นแล้ว จะกลายเป็นการขายฝัน หรือแค่โฆษณาชวนเชื่อ

สถานการณ์โลก จะหวังพึ่งปัจจัยเดิมๆ เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจเดิมๆ อย่างเช่น การท่องเที่ยว การส่งออก 

วิกฤตโควิดและสงครามยูเครนรัสเซีย แสดงให้เห็นชัดว่า เราไม่อาจหลบเลี่ยงผลกระทบได้เลย

เราจำเป็นต้องหาคนเพียบพร้อม นำพาประเทศฝ่าวิกฤตไปให้ได้

การเลือกตั้งแต่ละครั้ง จึงมีความสำคัญ เพื่อเลือกคนดีมีความสามารถ

ตามเสียงประชาชนเลือกเป็นตัวแทนไปบริหารประเทศ

บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน แข่งขันกับตลาดโลกได้ พัฒนาบุคลากร เพิ่มศักยภาพคนไทย

ไม่ใช่การเลือกคนที่ดูดี ดูน่าเชื่อถือ แต่ฝีมือในการบริหารประเทศ เป็นอีกเรื่อง จำเป็นต้องดูให้ดี

ไม่เช่นนั้นแล้ว การหาเสียงเลือกตั้ง อาจจะเป็นแค่การทำคอนเทนต์ในช่วงก่อนเลือกตั้ง ให้ดูดี น่าเชื่อถือ 

เพียงแค่นั้น จริงๆ

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา