“เศรษฐา” เปิดวิชั่นทำงานการเมือง ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง หล่อหลอมหลายเจเนอเรชั่น ลดความแตกแยก

3.03.23 | 07:02 น.

“เศรษฐา” เปิดวิชั่นทำงานการเมือง ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง หล่อหลอมหลายเจเนอเรชั่น ลดความแตกแยก

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงความพร้อมในการทำหน้าที่งานการเมือง รวมทั้งการทำหน้าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหากได้รับการคัดเลือกจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ในอดีตตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน และพรรค พท. ยึดนโยบายเป็นหลัก นโยบายสามารถปฏิบัติได้จริง และมีบทพิสูจน์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค จึงเป็นที่มาของสโลแกน คิดใหญ่ ทำเป็น เราทำได้และหวังว่าจะได้ทำ หลายนโยบายจะประกาศออกมาหลังมีการประกาศยุบสภาและกำหนดให้มีการมีการเลือกตั้ง แต่นโยบายที่ปล่อยไปแล้วเชื่อว่าเป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริง เป็นที่ต้องการของประชาชน ทั้งเรื่องของรายได้เกษตรกรที่จะเพิ่มขึ้น 3 เท่าในภายในปี 2570 รวมทั้งจะทำอย่างไรให้จีดีพีเติบโตในอัตราเฉลี่ย 5% ต่อปี

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาลงทุนในประเทศ และเรื่องของสาธารณสุข ยอมรับว่าเราเป็นประเทศที่เล็ก ต้องถ่อมตัว แต่ก็ต้องคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรี หากไม่มีคนมาลงทุน เศรษฐกิจจะเติบโตได้อย่างไร ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศจะต้องมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ในการนำไปสู่ต่างประเทศให้ได้ และต้องนำทัพว่าประเทศไทยมีดีอะไรบ้าง

“ที่เข้ามาทำงานร่วมกับพรรค พท. เพราะมีจิตวิญญาณเหมือนกัน คือ เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ แต่เรื่องความเสมอภาค ความเท่าเทียม การดูแลภาคส่วนที่อ่อนแอก็สำคัญ เห็นพ้องตรงกัน และผมแค่เข้ามาเสริมเล็กๆ น้อยๆ ผมเป็นหนึ่งในหลายคนที่อยากช่วยเหลือบ้านเมือง พรรค พท.มีบุคลากรที่อยู่มานาน หลายคนประสบความสำเร็จและเข้าใจบริบทการเมืองดีกว่า เพียงแค่ผมเอาความคิดใหม่ๆ และวิธีการทำงานมาเสริมบ้างเพื่อให้ไปสู่เป้าหมาย ส่วนจะมีการนำจุดแข็งในด้านเศรษฐกิจเข้ามาเติมเต็มให้พรรค พท. เพื่อสร้างคะแนนนิยม นำไปสู่เป้าหมายชนะการเลือกตั้งได้อย่างไรนั้น ในส่วนนี้คะแนนนิยมต้องมาจากสิ่งที่ประชาชนยอมรับ”

ส่วนทีมเศรษฐกิจในฝันนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องมีผู้ชำนาญการจากทุกภาคส่วนเข้ามา เช่น เรื่องพลังงาน การเกษตร การประมง สำคัญสุด ต้องเอาปากท้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่รังแกคนที่มีเยอะ หรือไม่ดูแลคนที่มีน้อย เชื่อว่าเมื่อพรรค พท.ประกาศคณะทำงานด้านเศรษฐกิจขึ้นมาก็จะชัดเจน พูดได้ ตอบได้ เมื่อเสนอตัวมารับใช้ประชาชน คณะทำงานเศรษฐกิจก็ต้องพร้อม อยู่ดีๆ คนที่อยู่ข้างหลังบอกว่าไม่อยากให้เปิดชื่อก็จะมีคำถามตามมาว่าถ้าจะมาทำงานก็ต้องกล้าเสนอตัวต่อพี่น้องประชาชน ที่บอกว่าเขาไม่อยากให้บอกชื่อนั้น เขาละอายใจที่มาอยู่กับคุณหรือไม่

Advertisement

“จากการนักธุรกิจเข้ามาเป็นนักการเมืองมีความกลัวหรือไม่นั้น ก็กลัวทุกอย่าง ก้าวที่เดินไปข้างหน้าเป็นก้าวใหม่ ต้องเตรียมตัว เตรียมพร้อม ต้องระมัดระวังตัวพอสมควร กลัวที่สุดคือเรื่องที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่างที่เขาบอกว่าประเทศไม่ใช่บริษัท ก็รับฟังจริงๆ ว่าประเทศเป็นสภาพแวดล้อมที่ใหญ่กว่า แต่ทักษะที่มีเชื่อว่าจะบริหารจัดการได้ จะพยายามทำในสิ่งที่ควบคุมได้ดีกว่า หลักการปฏิบัติที่ทำได้เอง ก็ทำไป ที่สำคัญ คือ ต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องเคารพกฎหมาย เชื่อว่าเราจะเดินไปข้างหน้าได้”

นายเศรษฐา ยังกล่าวตอนหนึ่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องสื่อสารกับชาวบ้าน จะต้องปรับตัวอย่างไรว่า ต้องพยายามลองดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษาที่ใช้ บางทีก็ต้องตำหนิตัวเองเพราะคิดคำไม่ออกจริงๆ ใช้คำทับศัพท์ ภาษาอังกฤษอยู่บ้าง แต่พร้อมรับฟังคำแนะนำทั้งคนในพรรค นอกพรรค หรือผู้มีอำนาจ พร้อมเปิดใจจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเฉยๆ วันนี้มีความตั้งใจช่วยเหลือประชาชน นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง หล่อหลอมให้คนหลายเจเนอเรชั่นอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ลดความแตกแยก

นายเศรษฐา ยังระบุด้วยว่า ตอนนี้ยังเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ถ้าเกิดกรรมการบริหารพรรคเลือกเป็นแคนดิเดตเมื่อยอมเป็นตรงนั้น หากพรรค พท.ชนะการเลือกตั้ง แล้วพรรคไปเลือกคนอื่นเข้ามา ก็ต้องยอมรับอยู่ดี ไม่ตีอกชกตัว มีหัวใจประชาธิปไตยอยู่แล้ว ความคาดหวังคือได้เข้ามาทำงานกับพรรคการเมือง ที่นโยบายในอดีตและนโยบายในอนาคต เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตที่ดีกว่ากับประชาชน แค่นี้เอง ยืนยันว่ามติออกมาอย่างไร เสียงประชาชนว่าอย่างไรก็น้อมรับ