‘ไพบูลย์’ ย้ำ พปชร.พร้อม แม้ศาล รธน.ฟันสูตรนับรวมต่างด้าว บอกรอ กกต.ประกาศเขตเลือกตั้ง เดินหน้าเสนอ ‘บิ๊กป้อม’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่นับรวมต่างด้าว ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ว่า ทาง พปชร.ได้เตรียมการไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาอย่างไรเราก็เตรียมแผนไว้รองรับอยู่แล้ว จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เราก็สามารถดำเนินการต่อไปได้
แต่ทั้งนี้ต้องรอ กกต.ว่าจะดำเนินการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จสิ้นเมื่อใด ซึ่งทางพรรคก็จะได้ส่งชื่อ ส.ส.หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตให้ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดและตัวแทนสาขาพรรค เพื่อประชุมรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเราได้เตรียมแผนไว้แล้วว่าจะเริ่มนับหนึ่ง ในวันที่ กกต.ประกาศแบ่งเขต แต่ทั้งนี้กระบวนการสรรหาที่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 50 และมาตรา 51 ซึ่งได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ทุกอย่างพร้อมแล้วไม่มีปัญหา
นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้การจัดตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดนั้น เราใช้สาขาพรรค 4 สาขา และใช้ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ซึ่งขณะนี้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว รอเพียง กกต.ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ขณะนี้มี 3 เรื่องที่ต้องทำคือ การเตรียมเอกสารผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อให้เรียบร้อย และเตรียมรายชื่อสำหรับบุคคลที่พรรคจะเสนอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีชื่อเดียวคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.
ผู้สื่อข่าวถามว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้กระทบกับไทม์ไลน์เลือกตั้งหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ทาง กกต.บอกว่าไม่กระทบดังนั้นต้องรอฟังจาก กกต.เป็นหลัก เชื่อว่า กกต.คงดูทุกอย่างให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ส่วนเรื่องวันยุบสภานั้น พปชร.พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งอยู่แล้ว ไม่ว่ายุบวันไหน และเชื่อว่าทาง กกต.คงจะมีการประสานงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงกรอบเวลาวันเลือกตั้ง เพื่อให้พรรคการเมืองมีเวลาในการรับฟังความคิดเห็น และเชื่อว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าจะไม่มีอุปสรรคๆ ในด้านกฎหมายสำหรับการเลือกตั้ง

