‘ธนาธร’ ขอบคุณก้าวไกล แต่งตั้งช่วยหาเสียง ไม่หวั่น ‘ศรีสุวรรณ’ ร้องยุบพรรค เชื่อ ‘ก้าวไกล’ แข็งแกร่ง

3.03.23 | 17:20 น.

‘ธนาธร’ ขอบคุณก้าวไกล แต่งตั้งช่วยหาเสียง ไม่หวั่น ‘ศรีสุวรรณ’ ร้องยุบพรรค เชื่อ ‘ก้าวไกล’ แข็งแกร่งกว่าอนาคตใหม่ พิสูจน์จากผลงาน ส.ส.ในสภา ชู ‘ปกรณ์วุฒิ’ กล้าแฉทุจริต โค่น ‘ศักดิ์สยาม’ ได้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มีนาคม ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการน้ำประปาดื่มได้ของเทศบาลตำบลอาจสามารถ และความสำเร็จการเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะก้าวหน้าจะส่งผลต่อความสำเร็จในการเลือกตั้งของพรรค ก.ก.ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่ว่า ตนหวังว่าประชาชนจะเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา เมื่อเราถูกยุบพรรค ผู้บริหารพรรคอนาคตใหม่จึงมุ่งมั่นมาทำงานท้องถิ่น ส่วน ส.ส.ที่ไม่เป็นงูเห่าได้ย้ายไปอยู่พรรค ก.ก.ภายใต้การนำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. ถ้าพี่น้องประชาชนติดตามการทำงานทางการเมืองจะเห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเรา เห็นผลงานของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในการเมืองระดับชาติ และคณะก้าวหน้าในสนามท้องถิ่น

นายธนาธรกล่าวว่า ตนขอบคุณที่พรรค ก.ก. เชิญตนมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง จึงจะขอทำงานอย่างเต็มที่ โดยเรามุ่งมั่นตั้งใจจะทำให้ประเทศไทยกลับไปเป็นประชาธิปไตย ไม่เอาพรรคทหารจำแลง ส่วนการกลับมาของแกนนำคณะก้าวหน้าครบทีม คือ นายธนาธร นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เรื่องนี้ก็ยินดีที่พรรค ก.ก.ไม่ได้เชิญแค่ตนเพียงคนเดียว แต่ยังเชิญเพื่อนร่วมงานของตนมาด้วย เราทั้ง 3 คน รวมถึงผู้บริหารอดีตพรรคอนาคตใหม่ทุกคนก็ร่วมเป็นร่วมตายกับ ส.ส.พรรค ก.ก.ปัจจุบัน จะให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนไว้ใจพรรค ก.ก.มากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นเรื่องร้องเรียน เตรียมร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบกรณีพรรค ก.ก.แต่งตั้งทั้ง 3 คนเป็นผู้ช่วยหาเสียง จนอาจจะนำไปสู่การยุบพรรค นายธนาธรกล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร ตนเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับเทศบาล อบจ. และท้องถิ่นอื่นๆ มาหลายสนาม และตามกฎหมายสามารถทำได้ ตนถูกตัดสิทธิการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ห้ามตั้งพรรคการเมืองใหม่ และห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ตนยังสามารถแสดงความคิดทางการเมืองได้เหมือนคนทั่วไป จึงสามารถเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้

เมื่อถามว่านโยบายด้านเศรษฐกิจถือเป็นหัวใจหลักในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ไม่ทั้งหมด เพราะสำหรับประเทศไทยการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กลับมาเป็นประชาธิปไตยสำคัญเท่ากับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างเรื่องน้ำประปา ที่เกี่ยวข้องกับความเหลื่อมล้ำระหว่าง กทม.กับต่างจังหวัด รวมถึงยังเกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เพราะการผลิตสมาร์ทมิเตอร์น้ำเอง จะทำให้เกิดการจ้างงาน และลดการนำเข้า จนทำให้ราคาถูกลงและใช้กันอย่างแพร่หลายได้ทั่วประเทศ นี่คือการสร้างซัพพลายเชนใหม่จากปัญหาสังคม ส่วนความสำเร็จของโครงการในระดับท้องถิ่นแห่งนี้จะส่งผลต่อคะแนนความนิยมของพรรคก้าวไกลหรือไม่นั้น ให้ไปรอดูเดือนพฤษภาคมนี้

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการมองว่ากระแสนิยมของพรรค ก.ก.ไม่เหมือนกับสมัยพรรคอนาคตใหม่เมื่อปี 2562 และการเลือกตั้งปี 2566 ก็จะไม่ง่ายเหมือนเดิม นายธนาธรกล่าวว่า พรรค ก.ก.ไม่ได้แข็งขึ้นเพราะความนิยมส่วนบุคคล แต่แข็งขึ้นเพราะผลงานในสภา ถ้าไม่เข้าข้างมากเกินไปนัก ตนเห็นว่าพรรคที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดก็คือพรรคก้าวไกล พรรค ก.ก.แข็งแกร่งกว่าพรรคอนาคตใหม่แน่นอน เพราะสมัยตนเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เราได้รับความเป็นพรรคในวันที่ 6 ตุลาคม 2561 มีเวลาหาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ประมาณ 5 เดือน แต่พรรค ก.ก.มีเวลาเตรียมตัวมากกว่า และมีเวลาคัดสรรว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่มีคุณสมบัติที่ดีได้ทำงานลองผิดลองถูก รวมถึงการสร้างฐานสมาชิกให้เติบโตขึ้นมาก ดังนั้นพรรค ก.ก.จึงแข็งแกร่งจากรากฐานและผู้สมัคร ส.ส.มากกว่าเดิม

เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายธนาธรกล่าวว่า นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่เป็นผลจากการอภิปรายและการทำงานในสภาของ ส.ส.พรรค ก.ก. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้อภิปราย ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา พบว่ามีนิติบุคคลกลุ่มหนึ่งชื่อ หจก.บุรีเจริญ เมื่อนายศักดิ์สยาม มีอำนาจก็ขายหุ้นออก พอไม่มีอำนาจก็ซื้อหุ้นกลับ ทำกลับไปกลับมา 2-3 รอบ ทั้งที่บริษัทนี้ตั้งอยู่ในบ้านของตัวเอง ทั้งยังเข้าไปประมูลงานโครงการของรัฐ พบความผิดปกติมากมาย ราคาที่ประมูลได้ไปต่ำกว่าราคากลาง 0.3% ผู้เทียบราคาประมูลก็เป็นบริษัทที่บริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทย มีความน่าสงสัยเต็มไปหมด นายปกรณ์วุฒิจึงศึกษาเรื่องนี้และเป็นตัวแทนอภิปราย เพื่อตรวจสอบบริษัทนี้ที่รับงานของภาครัฐมูลค่าเป็นพันล้านบาท

ในสภาชุดนี้มีนักการเมืองบางกลุ่ม พรรคการเมืองบางพรรค ที่รับผลประโยชน์มหาศาลเป็นพันเป็นหมื่นล้าน จากสัมปทานที่มีข้อกังขามากมาย เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม การสัมปทานพื้นที่พาณิชย์ในสนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการประมูลถนนสายใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ตนภูมิใจมากที่นายปกรณ์วุฒิได้เป็นตัวแทนประชาชนในการทำและกล้าพูดเรื่องนี้ จนนำไปสู่การให้นายศักดิ์สยามยุติบทบาทรัฐมนตรี แม้ในทางปฏิบัติจะไม่มีผลอะไรมาก เพราะอีก 2 สัปดาห์ก็จะหมดวาระอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยเป็นสัญลักษณ์ให้สังคมเห็นว่ามีคนที่กล้าปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร