สายธาร ความคิด แสงดาว แห่ง ศรัทธา กับ จิตร ภูมิศักดิ์
บทเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” อันกังวานก้องในงาน “รัฐศาสตร์ราษฎรเสวนา” ณ สถาบันราชภัฏสกลนคร
ทรง “ความหมาย” สะท้อน “สายสัมพันธ์”
ไม่เพียงเพราะบทเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” มาจากประดิษฐกรรมของจินตนาการอันเปี่ยมพลังของ จิตร ภูมิศักดิ์
หาก “สกลนคร” ยังเป็นพื้นที่แห่ง “การเสียสละ”
การร้องเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ของผู้เข้าร่วมในการเสวนา “สิ่งที่ขัดขวางฉุดรั้งประชาธิปไตย” จึงทรงความหมาย
และยืนยัน “สายสัมพันธ์” ในทาง “ความคิด”
ความคิดและจินตนาการอันแสนงามของ จิตร ภูมิศักดิ์ ในยุค 2500 มายังการเคลื่อนไหวของ “ราษฎร” แห่งสกลนครในยุค 2566
ยิ่งกว่านั้น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังร่วมในการร้องเพลง
ทั้งหมดนี้สะท้อนผ่านบทเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ผ่านชื่อของงาน “รัฐศาสตร์ ราษฎร เสวนา”
รวมถึงหัวข้อบรรยาย “สิ่งที่ขัดขวางฉุดรั้งประชาธิปไตย”
เพียงเห็นชื่อของคณะรัฐศาสตร์ เพียงเห็นชื่อของผู้ได้รับเชิญเข้าบรรยาย เพียงเห็นการนำบทเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” มาร่วมกันขานขับ
ก็มองเห็น “ประวัติศาสตร์” ในทาง “การเมือง”
เป็นเส้นทางของบทเพลง “ฟ้าใหม่” อันเกิดขึ้นในห้วงที่ จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกคุมขัง ณ คุกแห่งลาดยาว
ภายใต้ประโยคที่ว่า “ขอบฟ้าเรืองรอง ทาบทองอำไพ”
ย่อมมาจากสายตาที่มองออกจาก “ลูกกรง” พยายามเสาะหา “ดาวศรัทธา” อันอยู่ไกลแสนไกล
เป็น “ดาวศรัทธา” เหนือเทือกเขา “ภูพาน”
การปรากฏขึ้นของ “คณะราษฎร 2563” ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ จึงมิได้ผูกโยงไปยังสายธารแห่งความคิดของ “คณะราษฎร 2475”
หากยังมาจากการกวาดล้างในยุค 2500
ทำให้ จิตร ภูมิศักดิ์ บัณฑิตจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์แห่งโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์
ถูกจับกุมและคุมขัง ณ ลาดยาว
ขณะเดียวกัน เรื่องราวของ จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกลบหายไปจากประวัติศาสตร์และมาได้รับการรื้อฟื้นอีกครั้งก่อนและหลังเดือนตุลาคม 2516
บทเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” กระหึ่มดังในการเคลื่อนไหว
เหมือนกับการเคลื่อนไหวเหล่านี้จะจมหายไปกับสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2519
แต่มาถึงเดือนมีนาคม 2566 “ดาวศรัทธา” ก็ยัง “ส่องสว่าง”
มีตัวละครมากมายเกิดขึ้นดำรงอยู่และดำเนินไปในท่ามกลางการเคลื่อนไหวทางการเมือง
จากเดือนมิถุนายน 2475 มายังเดือนตุลาคม 2516
จาก จิตร ภูมิศักดิ์ มายังนักศึกษาและประชาชนที่เข้าร่วมในการจัดงานของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
มี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้บรรยายทางการเมือง

