หน้าแรก การเมือง จี้ “วชิราภรณ...

จี้ “วชิราภรณ์” แจง ปม เงินล็อบบี้ 5 แสนแลกตำแหน่ง กก.บห.ปชป. 

4.03.23 | 08:50 น.

 จี้ “วชิราภรณ์” แจง ปม เงินล็อบบี้ 5 แสนแลกตำแหน่ง กก.บห.ปชป.

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมาระบุว่า น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรค รทสช.เล่าให้นายชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี หลายสมัย และเป็นแกนนำพรรค รทสช.ว่า ถูกเสนอเงิน 500,000 บาท เพื่อให้ช่วยล็อบบี้คนในกลุ่มของ น.ส.วชิราภรณ์ เพื่อที่จะได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ปชป. และตนได้แถลงเพื่อให้ น.ส.วชิราภรณ์ ออกมาชี้แจง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า

ตนได้เรียกร้องขอให้ทาง น.ส.วชิราภรณ์ นายชุมพล และนายไตรรงค์ ชี้แจงแสดงพยานหลักฐานว่า ในการคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ใครเป็นผู้เสนอเงินให้ น.ส.วชิราภรณ์ เพื่อให้ดำเนินการล็อบบี้เพื่อนอีก 3 คน ในการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค เพราะจู่ๆ นายไตรรงค์ ได้มีการเปิดประเด็นร้ายแรง ทั้งที่ล่วงเลยมาเกือบครบ 4 ปีแล้ว จึงอยากสอบถามกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่นายไตรรงค์ พูดออกมาว่า เป็นความจริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่า แทนที่จะได้รับคำชี้แจงจากผู้ที่นายไตรรงค์พาดพิง กลับมีคนนำเรื่องนี้ไปปั่นกระแสเพื่อสร้างความเสียหายให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางความสงสัยของประชาชนว่า คนของพรรค ปชป.ดำเนินการตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า เพื่อให้ความสงสัยของประชาชนกระจ่าง ตนจึงขอตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามไปยัง น.ส.วชิราภรณ์ เกี่ยวกับกรณีนี้ 4 ข้อ ได้แก่ 1.ทำไมเมื่อ น.ส.วชิราภรณ์ ทราบเรื่องแล้ว กลับเก็บเงียบไม่ไปดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับพรรคฯ ที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษสมาชิก อย่างทันทีทันใดในเวลานั้น เพราะถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ส่งผลเสียต่อเกียรติภูมิของพรรค รวมทั้งเป็นการละเมิดหลักการของพรรคที่กรรมการบริหารพรรคทุกคน จะต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ โดยไม่มีใครครอบงำสั่งการให้อยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพลใดๆ

2.น.ส.วชิราภรณ์ ควรจะเปิดเผยว่า บุคคลทั้ง 3 คน ที่ น.ส.วชิราภรณ์ กล่าวอ้างว่า ถูกคนที่เสนอเงินมาให้ไปล็อบบี้นั้น คือใครบ้าง เพราะบุคคลทั้ง 3 น่าจะเป็นพยานยืนยันได้ว่า สิ่งที่ น.ส.วชิราภรณ์ พูดมานั้นเป็นความจริง เพราะบุคคลที่เสนอเงินให้ น.ส.วชิราภรณ์ คงเล็งเห็นว่า บุคคลทั้ง 3 คน น่าจะมีผลต่อการแพ้ชนะ และมีความสนิทสนมกับ น.ส.วชิราภรณ์ เป็นอย่างดี จึงหวังให้ น.ส.วชิราภรณ์ ดำเนินการโน้มน้าวใจบุคคลทั้ง 3 ให้หันมาสนับสนุนผู้ที่เสนอเงินให้ เพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ในที่สุด

Advertisement

3.หาก น.ส.วชิราภรณ์ ยืนยันว่า ผู้เสนอเงินให้ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน ทางพรรคปชป.ก็จะมีการดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้อย่างไม่ชักช้า และถ้าผลการสอบสวนปรากฏว่า มีความผิดจริง ก็มีการดำเนินการลงโทษให้พ้นจากสมาชิกภาพพรรคโดยทันที แต่ถ้าหากไม่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร พรรคก็จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดกับสมาชิกพรรครายดังกล่าวทันที่เช่นกัน แต่หาก น.ส.วชิราภรณ์ กล่าวหาแล้วไม่สามารถระบุได้ว่า ใครเป็นผู้เสนอเงิน หรือผู้ที่ถูก น.ส.วชิราภรณ์ กล่าวหา สามารถนำพยานหลักฐานมาหักล้างได้ น.ส.วชิราภรณ์ ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาทางกฎหมายด้วย

และ 4.หากเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่แรก น.ส.วชิราภรณ์ ก็ควรจะมีความกล้าหาญในการชี้แจงต่อสาธารณชน เพราะการที่อยู่ๆ ถูกนักการเมืองที่อยู่ในพรรคเดียวกัน ใช้ชื่อ น.ส.วชิราภรณ์ มาเป็นเครื่องมือเพื่อหวังผลให้พรรคคู่แข่งเสียคะแนนนิยมนั้น ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้ กระแสสังคมเริ่มตั้งข้อสงสัยต่อ น.ส.วชิราภรณ์ มากขึ้น โดยขอให้เปิดเผยให้หมด เพราะถือเป็นเรื่องที่เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง

“ผมเห็นใจ น.ส.วชิราภรณ์ ที่จู่ๆ ถูกนักการเมืองภายในพรรคที่สังกัดปัจจุบัน มาใช้ชื่อเพื่อหวังผลทางการเมือง ที่ผ่านมาผมได้พยายามเรียกร้องให้คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ออกมาชี้แจงให้สาธารณชนหายสงสัย แต่สิ่งที่ได้ กลับเป็นการนำเรื่องนี้เป็นเครื่องมือดิสเครดิตพรรค ปชป.ซึ่งผมก็รู้จุดมุ่งหมายจากการกระทำนี้ดี แต่ในเมื่อมีการพูดถึงเงิน 500,000 บาท ในการประชุมใหญ่พรรคฯเพื่อคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค เกือบ 4 ปีที่แล้ว ผมต้องสอบถามกับคนที่อยู่ในคำพูดที่นายไตรรงค์ กล่าวอ้าง เพราะเป็นต้นเรื่องทั้งหมด แต่ในเมื่อผู้ที่นายไตรรงค์ กล่าวอ้าง ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ผมก็ต้องตั้งคำถามและมีข้อสังเกต ถึงเรื่องนี้

เพราะเรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ต่อพรรค ปชป.และระบอบประชาธิปไตยโดยรวม เพราะอดีตหัวหน้าพรรค ปชป.หลายต่อหลายคน รวมทั้ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ก็ย้ำให้เห็นถึงอันตรายร้ายแรงของธนง ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมากสำหรับประเทศ โดยทำลายประเทศมาหลายยุคหลายสมัย ทั้งการประมูลตัว ส.ส. การประมูลตัวผู้สมัคร เพราะสุดท้ายก็เป็นที่มาของการถอนทุน แล้วนำไปสู่การทุจริต คอร์รัปชั่น และเป็นเรื่องที่นอกจากทำลายประเทศแล้ว ยังทำลายประชาธิปไตยในที่สุด ซึ่งกรณีที่มีการเสนอเงินให้ น.ส.วชิราภรณ์ ล็อบบี้เพื่อให้ได้ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ก็ถือว่า เข้าข่ายด้วย ดังนั้น หาก น.ส.วชิราภรณ์ ยังมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อระบอบประชาธิปไตยและส่วนรวมแล้ว ก็ควรจะรีบเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดโดยเร็วและมาจากปากของ น.ส.วชิราภรณ์ ด้วยตัวเอง เพราะถ้าหากนิ่งเฉยหรือปล่อยผ่านไปแล้ว น.ส.วชิราภรณ์ ก็น่าจะรู้ดีว่า ผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ” นายชัยชนะกล่าว