สถานีคิดเลขที่ 12 : สถานีกลาง ‘บางป้อม’

5.03.23 | 12:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : สถานีกลาง‘บางป้อม’ ส่งสัญญาณความเป็น “สถานีกลางบางป้อม”

ส่งสัญญาณความเป็น “สถานีกลางบางป้อม” ออกมาเป็นระลอกๆ สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ล่าสุด คือท่าทีต่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

“ผมยินดีที่มีคนเก่งๆ คนที่มีความรู้ความสามารถจากทุกภาคส่วนที่มีความสนใจเข้ามาทำงานการเมือง ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐเราก็มีทีมเศรษฐกิจที่มีประสบการณ์ มีผลงานในหลายด้านอยู่หลายคน ผมมองว่าการที่มีคนเก่งเข้ามาช่วยกันเยอะๆ ย่อมจะเป็นผลดีต่อบ้านเมืองแน่นอน”

ท่าทีนี้ แตกต่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างมาก ด้วยตั้งป้อมใส่แบบเป็น “อริ” ทันทีว่า นายเศรษฐาเก่งแค่ไหน และการบริหารประเทศมิใช่การบริหารธุรกิจครอบครัว

ขณะที่ พล.อ.ประวิตรพยายามแสดงท่าทีเปิดกว้างให้ แม้ไม่ถึงขนาดเชียร์หรือสนับสนุน ด้วยเพราะยังถ่วงดุลไว้ด้วยว่าพลังประชารัฐก็มีทีมเศรษฐกิจดีอยู่

Advertisement

ทรง “กลางๆ” อย่างนี้ไม่แตกต่างจากท่าทีที่แสดงผ่านจดหมายจากใจ พล.อ.ประวิตรที่ปล่อยออกมาแล้ว 4 ฉบับ ในเรื่องจุดยืนทางความคิด

นั่นคือ แม้จะเติบโตมาภายใต้แนวทางอนุรักษนิยมมาทั้งชีวิต

แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าอนุรักษนิยมมีจุดอ่อน จำเป็นจะต้องเปิดทางให้แนวทางเสรีนิยมเข้ามาผสมผสานด้วย

ถือเป็นความพยายาม ที่นอกจากจะเอียงแก้มให้ฝ่ายเสรีนิยมหอมแล้ว

ก็ยังพร้อมยื่นแก้มให้ฝ่ายอนุรักษนิยมหอมด้วย

นี่กระมังที่ทำให้มุขหอมแก้ม ถูกนำมาใช้ในการออกพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตรตลอด

ถึงแม้จะถูกกระเซ้าว่าเป็น “มุขซ้ำ”

แต่ก็เป็นการซ้ำที่ถือเป็นการแสดงจุดยืนแจ่มชัดว่า ในการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรจะขายความเป็น “สถานีกลาง” ให้กับทุกฝ่าย

ใครๆ ก็มาหอมแก้มได้

และตรงนี้ อาจเป็นความหวังลึกๆ ของ พล.อ.ประวิตร ที่แม้จะไม่เคยติดอันดับต้นๆ ของโพลสำรวจความนิยมของทุกสำนัก

แต่จะใช้จุดยืนความเป็นสถานีกลางนี่แหละ เป็นทีเด็ดในการหวนคืนกลับสู่อำนาจ

โดยมี “นักเลือกตั้ง” มืออาชีพที่ พล.อ.ประวิตรประกาศ ดูแลอย่างเต็มที่ ไม่มีการทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นต้นทุน “หนุนหลัง”

พร้อมทั้งยังเชื่อมั่นในคอนเน็กชั่นเดิมที่มีอยู่จะสามารถแบ่งปันเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกมาสนับสนุนตนเองได้ในระดับร้อยขึ้น

เหล่านี้ถูกคาดหวังว่าจะผสมผสานเกื้อหนุนให้ พล.อ.ประวิตร และพลังประชารัฐ จะอยู่ในเส้นทางแห่งอำนาจต่อไป

ถึงขนาดที่ พล.อ.ประวิตรประกาศต่อหน้าผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคว่า ถึงอย่างไรพรรคพลังประชารัฐก็จะได้เป็นรัฐบาลต่อไป

ไม่ว่าขั้วไหนจะเข้ามาก็ตาม

และที่แอบหวังลึกๆ ไปมากกว่านั้น นั่นก็คือ ความเป็น “สถานีกลาง” นี้แหละ อาจจะส่งให้ พล.อ.ประวิตร กลายเป็นตัวเลือกอันเหมาะสม ที่จะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ได้

แต่กระนั้น ก็คงต้องตั้งคำถามว่า ขั้วอนุรักษนิยมที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือธงนำ
และขั้วเสรีนิยมประชาธิปไตย โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย จะหอมกลิ่นแก้มลุงป้อม จะเห็นพ้องหรือไม่
ที่สำคัญ ชาวบ้านจะเชื่อจุดยืนที่ถูกสร้างขึ้นมาแค่ไหน

จะยินยอมใช้บริการ “สถานีกลางบางป้อม” ไหม

 

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร