คอลัมน์หน้า 3 : ผลงาน การเมือง ยกก้อนหิน ทุ่มขาตัวเอง ของ ชวน หลีกภัย
บทบาทของ นายชวน หลีกภัย ในการออกมาปกป้องพรรคประชาธิปัตย์กำลังสร้าง “คุณูปการ” อันใหญ่หลวง
เป็นบทบาทในลักษณะ “สองคม”
คมหนึ่ง อาจเพื่อปกปัก รักษาสถานะอันเป็น “สถาบัน” ของพรรคประชาธิปัตย์ คมหนึ่ง ก็กลายเป็น “แผล” อันเหวอะหวะ
ทั้งแก่ “ประชาธิปัตย์” และแก่พรรคการเมือง “อื่น”
เหมือนกับเป้าหมายเฉพาะหน้าจะเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ก็มีผลกระทบไปยังพรรคพลังประชารัฐ
และรวมถึงต่อ “ประชาธิปัตย์” เอง
พลันที่ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ออกโรง พลันที่ นายกรณ์ จาติกวณิช ออกมาแสดงความน้อยใจ
ก่อให้เกิด “บาดแผล” ตลอด 2 รายทาง
กระบวนท่าในการเปิดแต่ละ “ข้อมูล” เป็นเรื่องน่าศึกษา เป็นงานอันสะท้อน “ความจัดเจน” ซึ่งสะสมมาอย่างยาวนาน
มิได้อยู่ที่ “เปิดโปง” ว่ามีการส่ง “พลังดูด” เข้ามา
หากที่สำคัญเป็นอย่างมาก พลังดูดที่ว่านั้นมาพร้อมกับ “เงิน” จำนวนมหาศาล ประสานกับ “อำนาจ” อันยิ่งใหญ่ ยรรยง
ระบุถึง “บางคน” จากใน “ทำเนียบรัฐบาล”
แม้ต่อมา นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะออกมาตอบโต้ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมิได้มาจากความพยายาม “ตกปลา” ใน “บ่อเพื่อน” เท่านั้น
หากยังเป็นการ “ตกปลา” ในบ่อของตัวเองด้วย
ความเสื่อมทรามเน่าเฟะภายในพรรคประชาธิปัตย์จึงปรากฏว่ามีการใช้เงินซื้อแม้กระทั่งในการเลือก “กรรมการบริหารพรรค”
กลิ่นจึงโชยมาจากอาการ “เน่าใน”
ไม่ว่าการออกมาเปิดของ นายชวน หลีกภัย ไม่ว่าการออกมาขยายของ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี
เด่นชัดว่ามิได้เป็นเรื่องของ “ประชาธิปัตย์”
หากแต่สัมพันธ์กับกระบวนการสร้างพรรคของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อสนองกับแนวทาง “ไปต่อ” ในทางการเมือง
นั่นก็คือ การไปต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จากนี้จึงเห็นได้อย่างเด่นชัดว่า กระบวนการสร้างอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้แปรเปลี่ยน
จาก “พลังประชารัฐ” มายัง “รวมไทยสร้างชาติ”
การเกิดขึ้นของพรรคพลังประชารัฐคือการดูดคนของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
“รวมไทยสร้างชาติ” ก็ผงาดจาก “ประชาธิปัตย์”
บทบาทของ นายชวน หลีกภัย จึงสัมพันธ์กับสภาวะเสื่อมทรุด ตกต่ำลงเป็นลำดับของพรรคประชาธิปัตย์
กลายเป็น “คุณูปการ” ในทาง “การเมือง”
ด้านหนึ่ง เปิดโปงกระบวนการต่อท่อ “อำนาจ” จากการรัฐประหาร ไปสู่การจัดตั้งพรรคทหาร “จำแลง” มาเป็นนั่งร้าน
ด้านหนึ่ง เปิดโปงและแสดงอาการ “เน่าใน” ของพรรคประชาธิปัตย์

