‘นิพนธ์’ จับมือ ‘เดชอิศม์’ เปิดศูนย์สงขลาเขต 1 ลั่นยุทธศาสตร์ ปชป.มาถูกทาง เย้ย พวกโดดเรือหนี 4 ปีย้าย 3 พรรค

7.03.23 | 15:16 น.

“นิพนธ์” จับมือ “เดชอิศม์” เปิดศูนย์สงขลาเขต 1 ลั่นยุทธศาสตร์ ปชป.มาถูกทาง เย้ย พวกโดดเรือหนี 4 ปีย้าย 3 พรรค ไม่ยอมจบกรณี “ชัยชนะ” ทั้งที่ขอโทษแล้ว

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรค ปชป.ดูแลภาคใต้ ร่วมในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา ของนายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 1 โดยมีนายไพเจน มากสุวรรณ์ นายก อบจ.สงขลา ผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ.สงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.สงขลาทั้ง 9 เขต สมาชิกพรรคและประชาชน มาร่วมในการเปิดศูนย์ในครั้งนี้ด้วย โดยมีพระครูโสภณวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ปฐมมาวาสพระอารามหลวง และรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เจิมป้าย ศูนย์ประสานงานพรรค ปชป. เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ศูนย์ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักสลับกับเพลง “เช้าวันใหม่”

นายนิพนธ์กล่าวว่า การเลือกตั้งประเทศไทยเป็นการเลือกตั้งระบบรัฐสภาไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี หรือเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งต่างกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่คนใน กทม.เลือกผู้บริหารโดยตรง แต่ในระบบรัฐสภาของประเทศไทยเลือกผู้แทนราษฎร มี 400 เขต บัญชีรายชื่อ 100 ดังนั้น 2 ระบบนี้รวมกัน 500 ที่นั่ง ใครรวมเสียง ส.ส.ได้เกิน 250 คนก็จะได้เป็นรัฐบาล ดังนั้นโพลต้องลงไปให้ลึกว่า โพลนั้นเขาดูเลือก ส.ส. เขต เลือกบัญชีรายชื่อหรือเลือกพรรค ส่วนบัตรเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีไม่มี เพราะเขาเลือกพรรค ฉะนั้น ส.ส.เขตกับพรรคใครรวมเสียงกันแล้วได้มากที่สุด ตนคิดว่าสิ่งที่ ปชป.ทำมาขณะนี้ล้ำหน้าที่สุดคือเราจัดปราศรัยและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งอาจจะมีพี่น้องประชาชนที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้าง หรือยังไม่รู้ว่าพรรคเคยทำอะไรในอดีต ซึ่งพรรคก็พยายามชี้แจงอยู่ในเรื่องนี้

นายนิพนธ์​กล่าวต่อว่า พรรคเสนอตัวบุคคลความพร้อมในเขตเลือกตั้ง เสนอความพร้อมของพรรค ปชป.ที่เป็นสถาบันการเมืองมายาวนานย่างเข้า 77 ปีในเดือนเมษายนนี้ กับพรรคอื่นที่เราเรียกว่าพรรคเฉพาะกิจ ที่ตั้งมาเพื่อให้ใครเป็นนายกฯแต่ถ้าไม่ได้เป็นนายกฯพรรคเหล่านั้นก็เลิกไป ซึ่งเห็นมามากแล้วในอดีต ดังนั้นจึงไม่แปลกใจ ซึ่ง ปชป.เดินหน้าสร้างความเข้าใจกับประชาชนและเปิดปราศรัยมาตลอด

Advertisement

“นี่คือยุทธศาสตร์ของพรรค ปชป.ที่บอกว่าเราขายความเป็นสถาบันทางการเมือง เราขายความเป็นผู้นำรวมหมู่ เราไม่ฝากความหวังไว้กับคนใดคนหนึ่ง ซึ่งจะเห็นว่าเราเปลี่ยนหัวหน้าพรรคมาเป็นคนที่ 8 แล้ว ปชป.ก็ยังอยู่ นี่คือความต่างจากพรรคอื่น ทั้งในเชิงนโยบาย และผลงานในอดีต รวมถึงความต่างในเรื่องตัวบุคคลที่เราเสนอนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์​ หัวหน้าพรรค เป็นนายกฯ ท่านเป็น ส.ส.มา 11 สมัย เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่อายุ 36 ปี มาจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 7 กระทรวง และทุกครั้งที่ ปชป.เป็นรัฐบาล นายจุรินทร์ได้เป็นรัฐมนตรีทุกครั้ง ถือเป็นนักบริหารรัฐกิจมืออาชีพ คือบุคคลที่เรานำเสนอมาให้พี่น้องประชาชนเลือก ฉะนั้นตนจึงคิดว่ายุทธศาสตร์ของ ปชป.เดินมาถูกทางแล้ว”

นายนิพนธ์กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของนายสรรเพชญ ตนมองว่าใน 3-4 ปีที่ผ่านมาได้ทำงานอยู่กับพี่น้องประชาชนมาตลอด ไม่เฉพาะเขต 1 ซึ่งที่อำเภอระโนด มีปัญหาในเรื่องของพืชเกษตร นายสรรเพชญก็เข้าไปแก้ปัญหาให้ที่ระโนด โดยการเอาพืชผลทางการเกษตรมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตเมือง และเขตชุมชนในช่วงโควิด ฉะนั้น 3-4 ปีที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าคนสงขลารู้และทราบว่าใครที่อยู่เคียงข้างกับพี่น้องประชาชนมาตลอด

นายนิพนธ์​กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นทางการเมืองในขณะนี้ อย่างเรื่อง นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรคนั้น วันนี้ก็ได้เข้าไปขอโทษกับอธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ เรียบร้อยแล้ว มีการรับขอโทษและให้อภัยกันแล้วถือว่าจบแล้ว แต่มีบางคนบางพรรค พวกโดดเรือหนีบ้าง พวก 4 ปี 3 พรรคบ้าง พวกไปไม่รอดบ้าง ที่ยังไม่อยากจบ