3 พรรคร่วมรัฐบาล พปชร.-ภท.-รทสช.แย่งเคลมผลงาน หลัง ครม.ไฟเขียวเพิ่มเงิน อสม.เป็น 2 พันบาท รัฐบาลเคาะแจกงบ 67 จังหวัด 8.1 พันล้านบาท วิษณุรับเป็นไปได้กาบัตร 14 พ.ค.
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังออกจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อเข้ารักษาอาการมือขวาบวมจากการอักเสบเป็นระยะเวลา 3 วัน จากนั้นเวลา 09.09 น. พล.อ.ประยุทธ์ลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกสันติไมตรี เพื่อเป็นประธานการประชุม ครม. ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกมือซ้ายขึ้นทักทายสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณหลังมือด้านซ้ายยังติดอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งเป็นสายสำหรับให้น้ำเกลืออยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปวดแผลและมีอาการตึงแผลอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ได้โชว์มือด้านซ้ายที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ติดอยู่ พร้อมกล่าวด้วยสีหน้าปกติว่า “ยังปวดแผลนิดหน่อย มีอาการตึง ดีขึ้นเยอะ แต่ก็ต้องทำงานนะ งานมันเยอะ แท็งกิ้ว”
ยันมือเจ็บไม่กระทบแผนลงพื้นที่
ต่อมาเวลา 13.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงการเข้ารักษามือข้างขวาอักเสบติดเชื้อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าว่า อาการป่วยไม่เป็นอุปสรรคในการลงพื้นที่ต่างจังหวัด คณะทำงานคงจะมีการปรับให้มีความเหมาะสม เมื่อยังมีแผลอยู่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด เพราะแพทย์ได้เตือนไว้เรื่องของการติดเชื้อ คาดว่าประมาณ 2 สัปดาห์ จะสามารถถอดอุปกรณ์ต่างๆ ออกและใช้ชีวิตตามปกติได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า อาการป่วยที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะกระทบต่อการลงพื้นที่โดยเฉพาะเรื่องของการหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าระมัดระวังตัวเองก็ไม่เป็นอะไรเพราะแพทย์ก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เพียงแต่ต้องระมัดระวังอย่าตรากตรำและอย่าใช้มือมากนัก ขอให้มีการพักแขนเอาไว้บ้าง ซึ่งขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง
“แผนการลงพื้นที่คิดว่าไม่กระทบอะไร วันที่ 10 มีนาคม มีกำหนดเดินทางไปจังหวัดฉะเชิงเทราเช่นเดิม ส่วนจังหวัดยะลา นราธิวาสและสงขลากำหนดการก็คงยังอยู่เช่นเดิม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
อุบตอบวันยุบสภาแต่ใกล้เต็มที
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าวันยุบสภา พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ความคืบหน้าก็คือความคืบหน้า การยุบสภาก็ใกล้งวดลงทุกที นี่แหละคือความคืบหน้าแล้ว ส่วนจะเป็นวันไหน ยังไม่รู้ เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯระบุว่าจะมีการพูดคุยกับบรรดาหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลและแกนนำ ได้มีการพูดคุยกันแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ได้พูดคุยกันแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไรท่านก็บอกว่าแล้วแต่”
เมื่อถามย้ำว่า วันอังคารที่ 14 มีนาคม มีการประชุม ครม. ในฐานะรัฐบาลปกติอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คิดว่าเป็นเช่นนั้นอยู่ เพราะยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณาอีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่และเรื่องที่ติดค้าง อยากให้ภาระต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งที่ประชาชนเดือดร้อนได้จบลงไป พยายามจะแก้ให้ได้มากที่สุด
แจกงบสร้างฝาย-ถนน-สะพาน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาวาระ 40 กว่าเรื่อง เมื่อเป็นช่วงปลายของรัฐบาลหลายเรื่องจำเป็นต้องเร่งรัดเข้า ครม. ซึ่งเป็นห่วงว่าจะติดค้างนาน เนื่องจากเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งและกว่าจะมีรัฐบาล ดังนั้น อะไรที่ดูแลได้ รัฐบาลโดยนายกฯจะดูแลให้จะไปพูดคุยหารือกับกระทรวง ทั้งนี้ เรื่องที่ให้ดูแลเร่งด่วนคือเรื่องการสร้างฝายในอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนโครงการคมนาคม ทั้งสะพานและถนน ที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ขอมาตั้งแต่ปีก่อนได้อนุมัติไปแล้ว แต่ไม่พอเพราะถูกตัดงบไปต้องทำให้เสร็จจึงอนุมัติงบไปเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่างบประมาณมีจำกัดเพราะช่วงปลายรัฐบาล งบประมาณที่ได้มาทั้งหมดก็ดูแลประชาชนและอีกหลายอย่าง ดังนั้น วันนี้ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งหลังยุบสภาไปแล้วรัฐบาลก็ต้องรักษาการ ต้องมีเงินไว้จำนวนหนึ่งซึ่งก็มีจำกัดมากพอสมควรในการแก้ปัญหาจึงต้องวางแผนไว้ล่วงหน้านอกจากนี้ ยังมีมติเห็นชอบให้เพิ่มค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) จากเดิม 1,000 บาท เป็น 2,000 บาทต่อคน เพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำที่จะนำไปพิจารณาในงบประมาณปี 67
ส่ง 3 พรรคแย่งผลงานวุ่นแจก อสม.
รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่าตอนท้ายของการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวว่า “ขอบคุณตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่มีความรักความสามัคคีกัน สบายใจที่ได้ทำงานร่วมกัน ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงก็ต้องรักสามัคคี เรื่องการเมืองคือเรื่องการเมือง ขอให้ทุกคนโชคดี”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ ครม.ได้อนุมัติเพิ่มค่าป่วยการ อสม.และ อสส. ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค เริ่มจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่คำกล่าวขอบคุณของนายอนุทิน ทันทีที่ ครม.มีมติ รวมถึงนายอนุทินได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวพร้อมกับระบุว่า “พูดแล้วทำ” หลังจากนั้นไม่นาน นายสาธิต ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โควต้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ครม.อนุมัติ ให้เพิ่มค่าตอบแทน อสม.จาก 1,000 เป็น 2,000 บาท ตามที่ สธ.เสนอ เริ่มปีงบประมาณ 67 คือตุลาคม 66” โดยระหว่างที่นายสาธิตโพสต์ เป็นช่วงเวลาที่ ครม.เพิ่งจะอนุมัติ และยังประชุมวาระอื่นไม่เสร็จสิ้น เช่นเดียวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ช่วงประมาณเวลา 16.00 น. ถึงมติดังกล่าวพร้อมภาพ พล.อ.ประยุทธ์ และข้อความว่า “รัฐบาลลุงตู่ทำแล้ว ครม.ไฟเขียวเพิ่มค่าตอบแทน อสม. อสส.เดือนละ 2,000 บาทต่อคน” พร้อมสโลแกน “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลว่า อาจจะประชุม ครม.อีกครั้งสองครั้ง ขอให้เร่งผลักดันผลงานต่างๆ ออกมา แต่ไม่ได้ระบุถึงวันยุบสภาแต่อย่างใด
วิษณุรับเป็นไปได้กาบัตร 14 พ.ค.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่านายกฯจะยุบสภาวันที่ 20 มีนาคม ว่าที่ประชุม ครม.ไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ไม่ควรพูด ไม่รู้จริงๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งจะทำให้วันเลือกตั้งขยับไปเป็นวันที่ 14 พฤษภาคมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด นับระยะเวลาให้ได้ไม่น้อยกว่า 45 วัน ไม่เกิน 60 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เมื่อถามว่า วันที่ 7 พฤษภาคม หรือวันที่ 14 พฤษภาคม วันใดเหมาะกว่ากัน นายวิษณุกล่าวว่า อยู่ที่ยุบสภาวันไหนเดิมที่คิดว่าวันที่ 7 พฤษภาคม อยู่บนสมมุติฐานที่คิดว่าได้เวลา 60 วัน แต่ถ้าไปถึงวันที่ 14 พฤษภาคม ต้องดูว่าอยู่ในกรอบเวลาหรือไม่ แต่ต้องอยู่บนหลักเลือกตั้งวันอาทิตย์ เมื่อถามต่อว่า หากยุบสภาวันที่ 20 มีนาคม จัดการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม เป็นไปได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ เพราะอยู่ในกรอบ

