หน้าแรก การเมือง ไม่ธรรมดา ที่...

ไม่ธรรมดา ที่มา ‘พระนอนวัดสะตือ’ บิ๊กป้อมกราบสักการะ สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)

8.03.23 | 19:52 น.

สืบเนื่องกรณี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยกคณะลุยอยุธยา กราบพระนอนวัดสะตือเอาฤกษ์เอาชัยในวันนี้ โดยนั่งรถกอล์ฟที่ออกตัวแรงเพื่อไปปิดทองพระพุทธไสยาสน์ (อ่านข่าว ‘บิ๊กป้อม’ ขึ้นรถกอล์ฟปิดทองพระพุทธไสยาสน์ เจอออกตัวแรงทำตกใจ ‘วิรัช’ บอกรถไม่เสถียร คนเสถียร)

วัดดังกล่าวเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ข้อมูลจาก องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ระบุว่า วัดสะตือ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตามหลักฐานเดิมวัดมีพื้นที่ประมาณ 37 ไร่ แต่แม่น้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่งเหลือเพียง 15 ไร่เศษ ประกอบไปด้วยอาคารเสนาสนะต่างๆ อาทิ พระอุโบสถโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างใน พ.ศ.2498 และดำเนินการบูรณะซ่อมแซมโดย พลตรีมนูญกฤษ รูปขจร ผู้มีพื้นเพเดิมอยู่ในท้องที่

นอกจากนั้นมี ศาลาดิน หรือวิหารสมเด็จ ซึ่งแต่เดิมเป็นอาคารไม้โปร่งมุงสังกะสีใช้สลักเดือยแทนการตอกตะปู สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีรูปทรงเป็นเรือสำเภา ซึ่ง สมเด็จพุฒาจารย (โต) พรหมรังสี ได้พักอาศัยเมื่อคราวมาคุมการก่อสร้างองค์พระพุทธไสยาสน์ เมื่อ พ.ศ.2413 โดยประดิษฐานอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดเป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน มีขนาดยาว 52 เมตร กว้าง 9 เมตร สูง 16 เมตร

ภาพจากเพจ ‘วัดสะตือ’
ภาพจากเพจ ‘วัดสะตือ’

ต่อมามีการสร้างวิหารคู่เชื่อมต่อกันเป็นศาลาน้ำหรือศาลาริมแม่น้ำป่าสัก และยังมีฌาปนสถาน ซึ่งใช้เป็นเตาน้ำมันแห่งแรกในอำเภอท่าเรือเมื่อ พ.ศ.2545 เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม

ภายในพระอุโบสถมีพระประธาน ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 64 นิ้ว สูง 126 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ.2497 และพระปรางค์นาคปรกสมัยทวารวดีเนื้อหินทรายซึ่ง กรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุไว้ รวมทั้งรอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งรัชกาลที่ 5 เสด็จฯมานมัสการถึง 2 ครั้ง

Advertisement

สำหรับที่มาของชื่อวัดสะตือ ข้อมูลจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า เพราะมีต้นสะตือใหญ่เป็นนิมิต กระทั่งเมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้มาดำเนินการสร้างพระพุทธไสยาสน์แล้ว วัดสะตือจึงได้ย้ายมาตั้งที่บริเวณพระนอนนี้และเรียกนามตามชื่อตำบลว่า “วัดท่างาม” ต่อมา รัชกาลที่ 5 เสด็จฯไปทรงนมัสการพระพุทธบาท ได้เสด็จขึ้นที่ท่าตำบลนี้ 2 ครั้งดังที่กล่าวมาข้างต้น

นับแต่นั้นมาจึงเรียกตำบลว่า ‘ตำบลท่าหลวง’ และเรียกนามวัดว่า ‘วัดท่าหลวง’ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา กลับไปเรียกว่า วัดสะตือ ตามนามเดิมอีก ซึ่งสอดคล้องกับที่ปรากฏในการเสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 ตามจดหมายเหตุรัชกาลที่ 5  ตอนหนึ่งว่า

‘วันที่ 31  กรกฎาคม ร.ศ.125 (พ.ศ.2449) ได้กินข้าวกลางวันที่วัดท่างาม ทรงทำครัวและเสวยที่ตรงบริเวณใต้เศียรพระนอนใหญ่ และที่เรียกกันว่า ท่าหลวง นั้นเกิดขึ้นใหม่ เพราะพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาท 2 ครั้ง ขึ้นที่ท่างามทั้ง 2 ครั้ง ตามพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 5 ในจดหมายเหตุเรื่องเสด็จประพาสต้น ครั้งที่ 2 วัดท่างามดังกล่าวนั้นหมายถึง วัดสะตือ ในปัจจุบัน และที่วัดนี้มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการตั้งอยู่ในบริเวณที่ดินของวัด วัดสะตือได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2498 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 10 เมตร ยาว 24 เมตร’

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 18 เสด็จมานมัสการพระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อโต) วัดสะตือ วันที่ 19 ตุลาคม 2518 และทรงปลูกต้นสะตือหน้าวัด (ภาพจากเพจ ‘วัดสะตือ’)