หน้าแรก การเมือง อัพเงิน อบต.-...

อัพเงิน อบต.-อสม. อวลกลิ่นอายการเมือง

9.03.23 | 06:00 น.

อัพเงิน อบต.-อสม. อวลกลิ่นอายการเมือง

ในช่วงระยะเวลาเพียง 6 วัน รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังเดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้าย ใกล้ประกาศวัน ยุบสภา ตามที่ “บิ๊กตู่” ลั่นวาจาไว้ก่อนหน้านี้ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการหว่าน ผลงาน เพื่อให้เห็นผลในวันเลือกตั้ง เริ่มจากวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวเสียงดังฟังชัดในวงสัมมนาใหญ่ของสมาคม อบต.แห่งประเทศไทยที่ จ.อุดรธานี ประกาศเพิ่มค่าตอบแทน-สวัสดิการ อบต.ทั่วประเทศ

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไร้ข้อติดขัดใดๆ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ลงนามในระเบียบของกระทรวงว่าด้วยเงินค่าตอบแทนผู้บริหาร อบต. และสมาชิก อบต.ทั่วประเทศ การขึ้นค่าตอบแทนดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 หลังมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เกณฑ์การขึ้นค่าตอบแทนในส่วนของ อบต.นั้น ปัจจุบันมี อบต.ทั่วประเทศประมาณ 5,300 แห่ง โดยใช้ฐานรายได้ และงบประมาณประจำปีของ อบต.เป็นเกณฑ์ ทำให้ อบต.แต่ละแห่งขึ้นเงินเดือน และค่าตอบแทนแตกต่างกันไป ผู้ที่ได้รับจะเริ่มตั้งแต่นายก อบต. รองนายก อบต. และสมาชิกสภา อบต. ทั้งประเทศมีรวมกันกว่า 4 แสนคน

เป็นการปรับขึ้นค่าตอบแทนครั้งแรกในรอบ 15 ปี อีกทั้งปัจจุบันค่าตอบแทนสูงสุดของ อบต.เท่ากับขั้นต่ำสุดของเทศบาล โดยงบประมาณที่ใช้ในการปรับให้ อบต. ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย สามารถจัดสรรได้ตามกรอบวงเงินที่มีอยู่ เพราะเงินส่วนใหญ่ก็มาจากท้องถิ่นจัดเก็บมาได้นั่นเอง

Advertisement

ขณะเดียวกันที่ประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ให้ความเห็นชอบเพิ่มค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) ปรับจากเดือนละ 1,000 บาท เป็น 2,000 บาทต่อคน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ

โดยให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพและสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ตั้งคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นไปมาดำเนินการ มี อสม. 1,075,163 คน และ อสส. 15,000 คน มีผู้ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น 1,090,163 คน จะได้รับค่าป่วยการที่ปรับเพิ่มขึ้น การปรับขึ้นค่าตอบแทนดังกล่าวทั้ง อบต.และ อสม. รวมแล้วจะมีผู้ได้สิทธิส่วนนี้เกือบ 1.5 ล้านคน!

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวในงาน อบต.ที่ จ.อุดรธานี มองเห็นความสำคัญของ อบต.ในการดูแลประชาชนท่านคือผู้ที่จะทำรายได้ให้กับประเทศ โดยในเรื่องท้องถิ่นพื้นที่ซึ่งต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะได้แข็งแรงไปด้วยกัน จึงต้องสร้างเครือข่ายความร่วมมือในตรงนี้หากทำอะไรซ้ำซ้อนกันเกินไป ก็ไม่สอดคล้องกับปริมาณความต้องการ ประเทศของเราไม่ใช่ประเทศเล็กๆ มีคนถึง 70 ล้านคน และจะทำอย่างไรให้ดูแลผู้สูงวัยไม่ให้เดือดร้อนถึงลูกหลาน

พล.อ.ประยุทธ์ย้ำตอนท้ายให้เห็น และการยกระดับฐานะของ อบต.ด้วยว่า ผมไม่ได้มาหาเสียง เพราะเรื่องนี้ทำมานานแล้ว และต้องทำให้ได้ในช่วงนี้ ไอ้ที่พูดมาทั้งวันไม่ฟัง รอฟังท่อนเดียว ขณะเดียวกันบอกด้วยว่า จะมีการยกระดับ อบต.เป็นเทศบาล ขณะนี้รัฐบาลกำลังทำร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายท้องถิ่น

เมื่อย้อนกลับมาที่วงประชุมของ ครม.ที่พิจารณาขึ้นค่าป่วยการให้ อสม.กับ อสส.

จำรัส คำรอด ประธานชมรม อสม.แห่งประเทศไทย บอกความรู้สึกแรกว่า ขอบคุณรัฐมนตรี สธ.ที่ได้คลุกคลีกับ อสม. เห็นความลำบากในการทำงาน ก็พยายามช่วยเหลือด้านสวัสดิการเสมอมา ไม่ใช่เฉพาะค่าป่วยการ ก่อนจะกล่าวถึงเจตนารมณ์ของ สธ.ต้องการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง เกิดเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (2520-2524) โดยมี อสม.ต่างเสียสละแรงกายแรงใจ เวลาและทุนทรัพย์ในการดูแลคนในชุมชน ไม่มีค่าป่วยการ ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง กระทั่งปี 2552 รัฐบาลเห็นชอบจ่ายค่าป่วยการให้ อสม.เป็นเงิน 600 บาท เพราะเห็นถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

ในปี 2562 มีการปรับค่าป่วยการ อสม.จาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท เป็นการปรับในรอบ 10 ปี แต่งานของ อสม.ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 อสม.ทำงานหนักมาก ปัจจุบัน อสม. 1 คน ดูแลประมาณ 30-40 หลังคาเรือน มีภารกิจเยอะมาก ค่าป่วยการที่เราได้มา อย่ามองว่าเป็นเงินเดือน อสม. ชาวบ้านอาจไม่เข้าใจว่ามีความแตกต่างกัน

“การทำงานของเราทำด้วยจิตอาสา ไม่ได้เรียกค่าตอบแทนใดๆ แต่เงิน 2,000 บาท เกิดจากที่เห็นว่า อสม.ทำงานหนัก ทำงานกันเต็มที่ด้วยจิตใจอาสา บางคนประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตขณะลงพื้นที่ปฏิบัติงานก็มี ดังนั้น จะเอามาเทียบเป็นจำนวนเงินคงไม่ได้” จำรัสกล่าว

ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขเห็นถึงความเสียสละของพี่น้อง อสม.และ อสส.กว่า 1.09 ล้านคน นอกจากจะให้เวลาเพื่อส่วนรวมแล้วหลายครั้งยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามภารกิจและปัจจุบันนี้ค่าครองชีพต่างๆ ก็สูงขึ้นด้วย จึงเห็นควรเสนอให้ปรับเพิ่มค่าป่วยการขึ้นเป็น 2,000 บาทต่อเดือน และให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในการทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนต่อไป

ไม่ว่าการปรับขึ้นค่าตอบแทนให้ อบต.หรือ อสม.-อสส. ก็ตาม เป็นเรื่องของการตอบแทนการทำงาน ไม่มีใครคัดค้าน ขัดข้อง ในเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเหล่านั้นขึ้นมาบ้าง

หากจะมีคำถาม ก็เป็นคำถามที่มุ่งไปยังฝ่ายการเมืองอย่างเป็นด้านหลัก เนื่องจาก อบอวลด้วยกลิ่นอายของการหาเสียงเลือกตั้ง

เป็นความบังเอิญ หรือจงใจกันแน่ ที่มาเร่งมืออนุมัติเอาในช่วงท้ายของรัฐบาล