‘บิ๊กป้อม’ เข้มสั่งยกระดับจัดการ PM 2.5 ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันภาคเหนือ

9.03.23 | 09:18 น.

‘บิ๊กป้อม’ เข้มสั่งยกระดับจัดการ PM 2.5 ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำตัวรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและเกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พื้นที่ชุมชนเมือง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประสานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนเฉพาะกิจ ด้วยการสื่อสารเชิงรุก รวมทั้งยกระดับปฏิบัติการและสร้างการมีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหาเร่งด่วนใน 3 พื้นที่ ทั้งพื้นที่เมือง พื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร ใน 7 มาตรการ โดยให้เร่งการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการวาระแห่งชาติ และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ส่วนหน้าภาคเหนือ การสร้างเครือข่ายชุมชนปลอดคนเผาในพื้นที่เสี่ยง การบริหารจัดการเชื้อเพลิงครบวงจร ชิงเก็บลดเผาในพื้นที่โล่ง การใช้กลไกทุกระดับ โดยเฉพาะระดับพื้นที่คุมเข้มมาตรการทางกฎหมายและขอความร่วมมือประชาชน การลดจุดความร้อนในพื้นที่ป่า การผลักดันกลไกระหว่างประเทศ รวมทั้งการดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

‘พล.อ.ประวิตรยังได้กำชับ ในพื้นที่เมือง ให้กำหนดมาตรการนำรถเก่าออกจากระบบ ทดแทนด้วยรถใหม่มลพิษต่ำ พื้นที่เกษตร ให้เข้มงวดพื้นที่เพาะปลูก อ้อย ข้าวและข้าวโพด และพื้นที่ป่า ให้ติดตามและจุดความร้อน โดยได้ย้ำสั่งการเข้มและขอความร่วมมือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กำชับ จังหวัดออกประกาศห้ามเผาในทุกพื้นที่ และใช้กลไกระดับพื้นที่ลงกำกับเข้มทำความเข้าใจกับเกษตรกร ขอให้ ทส.พิจารณาปิดป่าในพื้นที่ไฟไหม้ป่าและระดมสรรพกำลัง และเครือข่ายอาสาสมัครเข้าดับไฟป่า ให้กระทรวงอุตสาหกรรมขอความร่วมมือ โรงงานลดกำลังการผลิตในภาวะเสี่ยงและงดรับพืชเกษตรที่มาจากการเผา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอให้พิจารณาปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อมีโอกาส ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแลให้คำแนะนำประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพ รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มบังคับใช้กฎหมาย ขอความร่วมมือและสื่อสารเชิงรุกกับประชาชนและกลุ่มเป้าหมายที่เป็นต้นเหตุ ทั้งนี้ขอให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพในมาตรการที่กำหนดร่วมกันให้เป็นผล เพื่อป้องกันและลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในสถานการณ์วิกฤตของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กำลังเกิดขึ้น’ พล.อ.คงชีพกล่าว