‘บิ๊กตู่’ อ่าน จม.พี่ป้อม บอก ‘ใครก็เขียนได้’ ปัดฟื้นรัฐประหาร ลั่นทุกวันนี้ไม่ ปชต. ตรงไหน

9.03.23 | 14:21 น.

‘บิ๊กตู่’ เผยอ่าน จ.ม ‘บิ๊กป้อม’ แล้ว บอกไม่มีอะไร เมินย้อนฟื้นรัฐประหาร ‘วอน’ เลิกพูดได้แล้วเรื่องเก่า ถามวันนี้ใครจะทำ เชื่อดิสเครดิตหลังย้ำหลายครั้งปี 57 ครั้งสุดท้าย ขอสู้ในกติกา

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2566

ถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกจดหมายเปิดผนึกมาแล้วหลายฉบับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็อ่านๆ อ่านไป ไม่เห็นมีอะไรใครจะเขียนก็เขียนได้ทั้งนั้น ก็คิดเอาเองแล้วกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในจดหมายมีการย้อนถึงเรื่องอำนาจนิยมและการรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เลิกได้แล้วตั้งแต่ปีไหนมาแล้ว ผมมายืนตรงนี้มายืนด้วยอะไร รัฐธรรมนูญไม่ใช่เหรอ ด้วยระบบสภาไม่ใช่เหรอแล้วในช่วงก่อนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ลองดูซิว่าถ้ามันไม่มีอะไรที่ทำให้ความขัดแย้งลดลงมันจะเกิดอะไรขึ้นถึงวันนี้เราจะยืนอยู่แบบนี้ได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย”

เมื่อถามว่า วันนี้บรรยากาศไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรแบบนั้นใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี ตนไม่เห็นจะมีอะไรเลย เพียงแต่ประชาชนทุกคนต้องคิดว่าเกิดอะไรขึ้นมาแล้ว ทุกอย่างจะพัฒนาได้ประเทศต้องสงบเรียบร้อย มีความสุข คือ ไม่มีเรื่องรุนแรงเกิดขึ้น ขออย่ากลับไปที่เดิมอีกเลย

Advertisement

ทั้งนี้ เมื่อถามย้ำว่า แต่พล.อ.ประวิตร เขียนเรื่องนี้ 2-3 ครั้งที่ย้อนถึงเรื่องการรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า

เมื่อถามว่า หากไม่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ โอกาสการรัฐประหารจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หากอีกฝ่ายได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “ใครจะทำรัฐประหาร แล้วใครจะทำ ใครจะทำ ผมถาม”

เมื่อถามย้ำอีกว่า จะเกิดรัฐประหารอีกหรือไม่ นายกฯ จึงตอบว่า “ผมเคยพูดไปตั้งนานแล้วว่า ครั้งสุดท้ายแล้ว มันไม่ควรจะมีอะไรได้อีกแล้ว มันอยู่ที่พวกเรานั่นแหละ จะช่วยกันได้อย่างไร ถ้าขัดแย้งรุนแรงกัน ผมก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยอะไร เพราะผมไม่เกี่ยวแล้ว”

เมื่อถามว่า แสดงว่าหลังจากนี้ก็จะไปสู่ประชาธิปไตยในการเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนว่า แล้ววันนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยเหรอ ก็ประชาธิปไตย ทุกคนก็พยายามรักษากฎกติกากฎหมายมีทุกตัว

เมื่อถามว่า ที่มีกระแสพูดถึงเรื่องการรัฐประหารในช่วงนี้มองว่าเป็นการดิสเครดิตก่อนการเลือกตั้งหรือไม่เพราะก่อนหน้านี้นายกฯ มาแบบนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เหรอนานแล้วนะ เธอก็ถามท่านมาแบบนี้อยู่แล้ว ก็แน่นอน เขาต้องดิสเครดิตเราแน่นอน อธิบายชี้แจงไปก็หลายครั้ง สภาก็พูดอะไรก็พูดก็คิดเอาเองแล้วกัน”

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงบรรยากาศการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงนี้ว่า ในฐานะนายกฯ ก็มองว่าทุกคนหาเสียงในสิ่งที่ตัวเองจะทำในวันข้างหน้า ตนก็ไม่อยากไปเกี่ยวข้อง ต่างคนก็ต่างหาเสียงไปกัน แต่หากจะตอบที่ไม่ใช่ในฐานะนายกฯ ในการหาเสียงตนก็บอกแล้วต้องทุกอย่างต้องระมัดระวังอย่างที่สุด ไม่ให้เกิดภาระกับประเทศในวันข้างหน้า เพราะเราแก้มาตั้งนานแล้วหลายๆเรื่องก็ดีขึ้น จะกลับไปที่เก่าทั้งหมดก็มีปัญหา

ส่วนประเด็นที่ว่า วันนี้นายกฯ มอง พล.อ.ประวิตร เปลี่ยนไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็เป็นพี่ผมเหมือนเดิมไม่มีอะไรหรอก”

เมื่อถามย้ำว่า ในทางที่ออกมาสื่อสารการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็มีคนช่วยท่านเยอะอยู่แล้วนิ” เมื่อถามต่อว่า มองว่าอาจจะมาจากคนรอบข้างคำพูดที่ใช้ไม่ใช่ พล.อ.ประวิตร ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่รู้ ไม่ทราบ”

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า พล.อ.ประวิตร ชูจุดขาย เรื่องก้าวข้ามความขัดแย้ง ในเรื่องขั้วอำนาจอนุรักษนิยมและเสรีนิยม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “แล้วมันขัดแย้งตรงไหนตอนนี้ ขั้วอะไร ผมไม่เห็นมีขั้วสักขั้ว ก็คิดกันเองหมด อย่าสร้างความสับสนอลหม่านมากนักเลย ใครพูดอะไรมาขยายหมดมันก็มีแต่เรื่อง ผมจะไม่พูดอะไรเรื่องพวกนี้มันจบไปแล้วก็จบไปแล้ว ของเก่าก็ของเก่า วันนี้เดินหน้าประเทศไปเถอะ บนท่ามกลางความสงบสุข ความเรียบร้อยของประเทศชาติไม่ดีกว่าหรือ ผมก็คิดแค่นี้ที่ผ่านมาผมก็คิดแบบนี้มาตลอด”

ส่วนที่ว่าหากได้กลับมาจะพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้ความขัดแย้งมันไม่มี จะมีตรงไหน ตนไม่เห็นมีอะไรขัดแย้งทั้งสิ้น แต่ถ้าความเห็นต่างโอเค รับได้ ถ้าความขัดแย้งมันต้องต่อยตีกันสิ ใช่ไหม ต่อยตีกัน หรือทำอะไรสักอย่าง ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วหลายปีที่ผ่านมามันเกิดมาแล้วอย่าให้มันเกิดอีก”

เมื่อถามว่า แล้วมองอย่างไรกับการที่นายกฯ พยายามจะสู้บนระบอบประชาธิปไตยตามกติกา แต่ก็มีคนพยายามลากนายกฯออกมาเล่นนอกกติกา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “อ้าว เรื่องอะไรผมจะให้เขาลากออกไปเล่า ผมก็อยู่ในกติกาของผม กติกาของประชาธิปไตย วันนี้จากต่างประเทศประเมินประเทศไทยอันดับขึ้นเรื่องประชาธิปไตยดูตรงนั้นสิ โลกลงคะแนนกันมาแล้ว คะแนนเราสูงขึ้นแล้วมาบอกว่า เราไม่มีประชาธิปไตยตรงไหน ผมไม่เข้าใจ”