อินไซด์สนามร้อน : ภูมิใจไทย ยกทัพตี เพื่อไทย บุกยึดกรุงเก่า
กรุงเก่า-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่หารสองในการเลือกตั้งปี 2562
ภูมิใจไทย แบ่งคนละครึ่งกับ เพื่อไทย โดยพลพรรคตระกูลชิน คว้าที่นั่งเขต 2 นพ ชีวานันท์ และเขต 4
จิรทัศ ไกรเดชา
ขณะที่เขต 1 เป็นของ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร และเขต 3 สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จากค่ายสีน้ำเงิน
จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น จากเมื่อ 4 ปีก่อน ส่งผลให้สนามเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มี ส.ส.เพิ่มขึ้น 1 คน จาก 4 เป็น 5
ที่อาจต้องเปลี่ยนแปลงตาม ก็พื้นที่แต่ละเขต ที่ต้องปรับเปลี่ยน ขีดเส้นใหม่
แต่ที่ไม่ใหม่ คือทั้งสองพรรคต่างเข็นผู้สมัครแชมป์เก่า ลงรักษาเก้าอี้ เป็นตัวหลักอีกครั้ง
เริ่มกันที่ เขต 1 เกื้อกูล จากค่ายภูมิใจไทย ดีกรีเป็นถึงรองหัวหน้า
ครั้งนี้จะลงสมัครในเขตเดิม ซึ่งมีฐานเสียงแน่นหนา เครือข่ายผู้นำท้องถิ่นแน่นปึ้ก และได้รับการจัดวางในฐานะเต็ง 1 ที่จะรักษาเก้าอี้ไว้ได้อีกครั้ง
คู่ชิง ท้าล้มแชมป์คือ อัณณพ อารีย์วงศ์สกุล นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวระดับประเทศ ที่เพื่อไทยส่งเข้าประกวด
เขต 2 เมื่อ นพ ชีวานันท์ ตีจากเพื่อไทย ไปร่วมแทคทีมภูมิใจไทย เพื่อเพิ่มจำนวนเก้าอี้ในจังหวัดนี้ ย่อมมีลุ้นสกอร์ให้กับภูมิใจไทยอีก 1 ได้ไม่น้อย
คะแนนนิยมในเขตที่มีมาอย่างเหนียวแน่น นับจากรุ่นพ่อผู้ล่วงลับ พ้อง ชีวานันท์ สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นหลักประกันที่อุ่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อย้ายค่าย อาจไม่ง่ายนัก
เพื่อไทยสู้ขาดใจเช่นกัน ส่ง สุรเชษฐ์ ชัยโกศล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จากเขตเลือกตั้งที่ 1 ในครั้งที่แล้ว สลับพื้นที่ มาลงชนสู้ในเขตนี้ หวังเก็บแต้มจากแฟนคลับเพื่อไทยในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังอาจได้กระแสใหญ่
เรตติ้งเพื่อไทยพุ่งในระดับประเทศมาเป็นตัวช่วย
ทางด้านเขตเลือกตั้งที่ 3 พื้นที่มีการปรับเปลี่ยนแปลง พรรคภูมิใจไทย ส่ง น.ส.พิมพฤดา ตันจรารักษ์ อดีต ส.อบจ.พระนครศรีอยุธยา เขต อ.วังน้อย หลานสาวของ ซ้อสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา และพิมพฤดา ยังเป็นลูกสาวของ นางสมศรี ตันจรารักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองลำตาเสา อ.วังน้อย อีกด้วย ส่วนพรรคเพื่อไทยส่ง นายองอาจ วชิรพงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 4 มาลงพื้นที่หาเสียง
งานนี้ฝ่ายหลังต้องเหนื่อยหนัก เมื่อต้องเผชิญคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง หลานรักของซ้อสมทรง บ้านใหญ่ของอยุธยา ซึ่งคุมฐานเสียงทั้งจังหวัด
เขตเลือกตั้งที่ 4 มีการปรับเพิ่มเล็กน้อย
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล แชมป์เก่าภูมิใจไทย ลูกชายซ้อสมทรง ที่เคยลงเลือกตั้งชนกับ วิทยา บุรณศิริ (เสียชีวิต) อดีต รมว.สาธารณสุข หัวเรือใหญ่ของพรรคเพื่อไทยอยุธยา
และสามารถล้มแชมป์เก่ามาได้อย่างราบคาบ
เพื่อไทยที่หวังยึดพื้นที่คืนส่ง อาทิตย์ ภาคอินทรีย์ ส.อบจ.พระนครศรีอยุธยา เขต อ.บางปะอิน คนใกล้ชิด วิทยา บุรณศิริ ลงสมัคร
จัดได้ว่าเป็นงานโหดหินมาก ที่ต้องมาจับคู่สู้กับแชมป์เก่า ที่นอกจากไม่แผ่วแล้ว ยังมีทรัพยากรสนับสนุนอุ่นหนาฝาคั่ง
เขตเลือกตั้งที่ 5 ภูมิใจไทย ส่ง ประดิษฐ์ สังขจาย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า ส.จ.หนุ่ม ลงสมัคร
ประดิษฐ์ เป็นอดีต ส.อบจ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อครั้งสมัยยังเป็น ส.จ. ก่อนที่จะลาออกเพื่อลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.
ได้แรงหนุนจากบ้านใหญ่ ซ้อสมทรง
แต่เมื่อต้องมาเผชิญแชมป์เก่าที่แข็งแกร่งอย่าง จิรทัศ ไกรเดชา ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย เจ้าของพื้นที่ ผู้มีฐานเสียงแน่น เกาะติดลงพื้นที่สม่ำเสมอ ให้การช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด
ถึงแม้ ซ้อสมทรง ออกแรงดัน ปั้นส่ง ส.ส.
แต่การล้มแชมป์เก่าเป็นงานที่ยากยิ่ง เปอร์เซ็นต์ได้แค่ชิง สูงไม่น้อย
สำหรับภาพรวม กระแสความนิยมพรรคการเมืองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น เมื่อเทียบระหว่าง 2 พรรค ที่เคยปักธง ส.ส.ได้ค่ายละ 2 ที่นั่ง
ภูมิใจไทย แต้มเขย่งนำหน้าเพื่อไทย
จึงมีลุ้นจะได้ขยับเก้าอี้ จากที่เสมอ 2:2 มาเป็น 3:2 หรือ 4:1 จากเขตที่เพิ่มขึ้นและการย้ายค่ายของแชมป์เก่า ส่วนพรรคอื่นนั้น ก้าวไกล เปิดตัวผู้สมัครครบทั้ง 5 เขต โดยส่งคนรุ่นใหม่สู้ เดินหน้าจัดกิจกรรมทางการเมือง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน นำนโยบายของพรรคมาโดยตลอด หวังแจ้งเกิดเช่นกัน
แต่คงต้องทำการบ้านหนักกว่านี้ และอาจต้องใช้เวลา กว่าจะครองใจคนกรุงเก่าได้ ซึ่งอาจไม่ใช่ครั้งนี้
เป็นครั้งนี้ซึ่งเป็นการสู้วัดมือระหว่าง ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย อีกครั้ง โดยการย้ายค่ายของแชมป์เก่า และการมีเขตเลือกตั้งใหม่อีก 1 จาก 4 เป็น 5 ที่นั่งนั้น
จะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคใดจะกำชัยเด็ดขาด
ในศึกยุทธหัตถีการเมืองครั้งใหม่ เดือนพฤษภาคม 2566ที่ไม่มีทางจะออกคนละครึ่งอีกครั้งแน่นอน

