ส่องเรตติ้งการเมือง สารพัด‘โพล’ยลต่างมุม
ผลสำรวจความคิดเห็นในประเด็นการเมือง โดยเฉพาะทิศทางและ แนวโน้มการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามไทม์ไลน์ในเดือนพฤษภาคมนี้ หลายสถาบันการศึกษาต่างนำเสนอผลการทำโพลสอบถามความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หัวข้อที่มักจะมีการสอบถามเพื่อทำโพล ย่อมไม่พ้น แนวโน้มการตัดสินใจเลือกตั้ง ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคใด รวมทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไหน
ล่าสุด ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง คนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เลือกพรรคไหน ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0
เมื่อถามถึงบุคคลที่คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 19.82 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ อันดับ 2 ร้อยละ 17.55 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะมีประสบการณ์ในการทำงาน เป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อันดับ 3 ร้อยละ 16.73 ระบุ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ
ขณะที่พรรคการเมืองที่ผู้มีสิทธิกาบัตรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 22.64 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ อันดับ 2 ร้อยละ 19.64 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.27 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 4 ร้อยละ 12.91 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 5 ร้อยละ 10.73 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
แต่อีกหนึ่งผลการสำรวจของ อีสานโพล สอบถามประชาชนชาวตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 20 จังหวัด ระหว่างวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อถามว่าถ้าเลือกตั้ง ส.ส.วันนี้มี
แนวโน้มจะลงคะแนน ส.ส.แบบเขตให้ผู้สมัครจากพรรคใด พบว่าอันดับหนึ่งเป็น พรรค
เพื่อไทย ร้อยละ 35.1 รองลงมา พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 15.7 อันดับ 3 พรรคก้าวไกล ร้อยละ
13.7 ตามมาด้วย พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ
11.3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 11.2
ต่อคำถาม อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด ผลสำรวจของอีสานโพล อันดับหนึ่งเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 30.1 รองลงมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 17.1 อันดับ 3 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล
ร้อยละ 14.5 ตามมาด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 11.2 และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 10.8
ส่วนผลโพลที่ออกมา อย่างผลการสำรวจนิด้าโพลที่สอบถามประชาชนใน 3 จังหวัดภาคใต้ เรื่องแคนดิเดตนายกฯ ประชาชนระบุว่าเลือก พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นอันดับหนึ่ง ที่ร้อยละ 19.82 ส่วนการเลือก ส.ส. ประชาชนเลือกพรรคประชาชาติมาเป็นอันดับที่หนึ่ง ซึ่งอาจจะดูย้อนแย้งกันหรือไม่นั้น
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า มองว่า กรณีนิด้าโพลสำรวจประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่จะเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็น นายกฯอันดับ 1 แต่กลับเลือก ส.ส.เขตของพรรคประชาชาติ (ปช.) มาเป็นอันดับ 1 และเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มาอันดับ 4 ซึ่งดูแล้วย้อนแย้งหรือไม่นั้น จริงๆ ก็เป็นไปได้ เพราะในพื้นที่ 3 จังหวัดชัดเจนอยู่แล้ว เวลาเลือกผู้สมัครประชาชนก็พิจารณาจากผู้สมัครและพรรค พรรคที่ได้คะแนนเสียงเยอะในพื้นที่ 3 จังหวัด จริงๆ คือพรรค ปช.มาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งปี 2562 ก็ค่อนข้างชัดเจน แน่นอนว่าประชาชนเวลาเลือก ส.ส.เขาก็เลือกกับผู้สมัคร ส.ส.จากพรรค ปช.เป็นหลัก ส่วนในการอยากให้ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สามารถแยกกันได้ตามการตัดสินใจของประชาชน
ส่วนกรณีของ อีสานโพล ที่สอบถามชาวอีสาน 20 จังหวัด โดยลำดับที่ 1-3 จะเลือก ส.ส.จากพรรคร่วมฝ่ายค้านในการเลือกตั้ง คือ พรรคเพื่อไทย 35.1% พรรคไทยสร้างไทย 15.7% และพรรคก้าวไกล 13.7% ส่วนจะเลือกนายกฯคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 30.1% รองลงมา คุณหญิงสุดารัตน์
เกยุราพันธุ์ 17.1% อันดับ 3 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 14.5% อันดับ 4 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 11.2%
ผลสำรวจดังกล่าวถือว่าสะท้อนตรงตามจุดยืนทางการเมืองของคนในพื้นที่อีสานหรือไม่ อ.สติธรวิเคราะห์ว่า น่าจะใกล้เคียงจริงๆ กับฐานเสียงหลักของประชาชนในภาคอีสาน เพราะภาคอีสานก็คือพรรค พท.มาเป็นที่หนึ่ง แต่ก็มีคนที่ชอบพรรค ก.ก.เยอะ จึงไม่แปลกถ้าคะแนนของทั้ง 3 พรรคของฝ่ายค้านจะเยอะ รวมทั้งการเลือกแคนดิเดตนายกฯก็สอดคล้องไปตามนั้น
ส่วนในช่วงที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งแล้ว แต่ละพรรคเสนอแคนดิเดต นายกฯ รวมทั้งนโยบายที่ชัดเจนออกมา ปัจจัยนี้จะมีผลสำรวจของโพล และจะสะท้อนทิศทางและผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ดร.สติธรกล่าวว่า ผลโพล วันนี้ก็คือความเห็นของประชาชน ณ วันนี้ ภายใต้เงื่อนไขคือ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัคร พรรคการเมือง นโยบาย ณ ปัจจุบัน สมมุติว่าพอมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งจริงขึ้นมา หน้าตาของผู้สมัครว่าสังกัดพรรคไหนอาจจะชัดเจนขึ้นมากกว่านี้ ตอนนี้ประชาชนอาจจะยังสับสนว่าใครสังกัดพรรคไหนบ้าง
นโยบายในตอนนี้อาจจะแหย่มาพอเป็นน้ำจิ้ม อาจจะมีชุดนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ออกมาอีกในช่วงเลือกตั้ง ปัจจัยพวกนี้มีโอกาสที่จะทำให้คนตัดสินใจใหม่ในการตอบโพลครั้งหน้า และอาจแตกต่างไปจากเดิม เพราะจริงๆ คนก็ตอบโพลตามข้อมูลที่ได้รับ ณ วันนี้แคนดิเดตก็เห็นอยู่ไม่กี่คน เมื่อถึงเวลาจริงมีแคนดิเดตมาให้เลือกอีก และไม่ได้มาเฉพาะชื่อหรือหน้าตาบนแผ่นป้าย และจะมีเวทีดีเบตต่างๆ เกิดขึ้น
ปัจจัยพวกนี้มีผลหมด คนอาจจะคิดอีกแบบหนึ่งก็ได้ ผลโพลคือส่วนหนึ่ง แต่ของจริงคือผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

