ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ฟ้อง ‘คุณหญิงพรทิพย์’ คดีเครื่องตรวจระเบิดฉาว เจ้าตัวโพสต์พร้อมสู้ ชี้หากผิดพลาดก็ไม่เกี่ยวทุจริต
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติเอกฉันท์เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เห็นควรสั่งฟ้องเอง ในคดีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดและสารเสพติด GT200 และ Alpha6 ในสำนวนของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จำนวน 4 สัญญา
ที่มีการชี้มูลความผิดทางอาญากล่าวหา แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ในฐานะอดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันเป็น ส.ว. หลังจากก่อนหน้าที่อัยการสูงสุด (อสส.) มีความเห็นไม่สั่งฟ้อง โดยระบุว่า พยานหลักฐานไม่เพียงพอฟ้องแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์
นายนิวัติไชยกล่าวว่า เหตุผลของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ที่สั่งฟ้องคดีนี้เองนั้น เป็นไปตามที่เคยชี้มูลความผิดก่อนหน้านี้ เนื่องจากเชื่อได้ว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ โดยขั้นตอนปัจจุบันได้ส่งเรื่องไปยังสำนักคดีเพื่อร่างคำฟ้อง ก่อนส่งฟ้องแก่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า สำนวนกล่าวหาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จัดซื้อเครื่อง GT200 และ Alpha6 จำนวน 4 สัญญา มีชื่อของแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ ตกเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาด้วยนั้น โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญาไป ต่อมาส่งสำนวนให้ อสส. ทว่ามีการตั้งคณะทำงานร่วมพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีระหว่างฝ่ายอัยการและฝ่าย ป.ป.ช. แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากคณะทำงานฝ่ายอัยการเห็นว่าควรสั่งฟ้องเฉพาะเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ยกเว้นแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานค่อนข้างห่างตัว
สำหรับสำนวนไต่สวนคดีจัดซื้อเครื่อง GT200 และ Alpha6 นั้นมีประมาณ 25 สำนวน ผู้ถูกกล่าวหาประมาณ 100 ราย โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดไปแล้ว 20 สำนวน และส่งให้ อสส.ดำเนินการฟ้องคดี โดย อสส.มีความเห็นควรสั่งฟ้องไปแล้ว 15 คดี ส่วนอีก 5 คดีอยู่ระหว่างการตั้งคณะทำงานร่วมพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีระหว่างฝ่ายอัยการและฝ่าย ป.ป.ช.
ทางด้านแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ได้โพสต์ภาพเก่าขณะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมเขียนข้อความเผยแพร่ผ่านทางอินสตาแกรม ถึงกรณีดังกล่าว ความว่า
“วันนี้มีข่าวจากสำนักข่าวหนึ่งให้ทราบว่าถูกป.ป.ช.มีมติ ให้ดำเนินคดีเรื่องจีที200 ทั้งที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง หลายคนตกใจ ห่วงใย บางคนอาจบูลลีถล่มซ้ำ ก็ต้องขอบคุณ นับเป็นความคืบหน้า เป็นความชัดเจน และนับว่าจะใกล้จุดสิ้นสุดของเรื่องหนักๆ เสียที คนไม่เคยลงปฏิบัติงานในพื้นที่จะไม่เข้าใจความเหนื่อยยาก ความลำบาก อันตรายที่มีตลอดเวลา เวลาทำงานต้องมีสติ ต้องเร่งให้เสร็จเร็วเพราะมีแต่อันตราย
รอบกายหมอมีทีมงานผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีความกล้าที่จะร่วมเส้นทางกับหมอในการเก็บหลักฐาน เราอยากเห็นความยุติธรรม เราอยากเห็นความสงบสุข อยากเห็นสันติสุขในแผ่นดิน เราจึงต้องทำงานท่ามกลางการอารักขาเพราะทุกคนใช้สมาธิกับงานไม่มีเวลาระวังตน เราอดทนสร้างแนวทางการใช้นิติวิทยาศาสตร์ในคดีความมั่นคง ร่วมเก็บหลักฐานในคดีและในการปิดล้อมตรวจค้น เราเริ่มมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มีใครทำ
เมื่อหน่วยงานหลักเริ่มเข้าใจบทบาทหน้าที่ เริ่มตั้งหลักได้ เราก็ต้องถอยออกทั้งด้วยตัวเองและถูกถีบออก แต่หมอสอนทุกคนว่าขอให้ตั้งมั่นในการทำสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง มาวันนี้ วันที่หมอต้องเกษียณจากงานก็ยังยากที่จะหาคนที่ตั้งใจมาสานต่อ ยามนั้นมีคนทำงานไม่มากทีมที่ลงใต้ก็ต้องทำงานสนับสนุนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง หากจะมีความผิดพลาดก็หาใช่การทุจริตคอร์รัปชั่นตามที่ถูกกล่าวหา
แม้จะเหนื่อย แม้จะรู้สึกหนัก แต่จะท้อไม่ได้เด็ดขาด ที่สำคัญหมอจะไม่ปล่อยให้ทีมงานต้องต่อสู้โดยลำพังแน่นอน ที่ชัดเจนที่สุดคือเราต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง อดทนอีกนิดเชื่อว่าจะผ่านได้แน่นอน ขอบคุณวิกฤตที่เป็นโอกาสเสมอ”

