หน้าแรก การเมือง ‘ก้าวไกล’ เปิ...

‘ก้าวไกล’ เปิดสภากาแฟ ดัน นครศรีฯ เป็นเมืองหลวงท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันดับ 1 อาเซียน ชู กระจายอำนาจ

10.03.23 | 21:19 น.

‘ก้าวไกล’ เปิดสภากาแฟ ดัน นครศรีฯ เป็นเมืองหลวงท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันดับ 1 อาเซียน ชู กระจายอำนาจ แก้ปัญหาหนี้สิน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ก.ก. เปิดสภากาแฟ ที่ร้านโกปี๊ ข้างศาลากลาง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นต่างๆ กับชาวนครศรีธรรมราช พร้อมแนะนำนโยบายและนายปกรณ์ อารีย์กุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมแลกเปลี่ยนจนเต็มพื้นที่ร้าน

นายพิธา กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดนครศรีธรรมราชถูกจัดเป็นเมืองรอง แต่ตนและพรรคก้าวไกลต้องการทำให้นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่ต้องมาลอง เพราะเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ มีครบทั้ง 3 ธรรม คือธรรมะ ธรรมชาติ และธรรมดา มีอารยธรรมรุ่งเรืองในอดีต มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่สมบูรณ์ เชื่อว่าสามารถยกระดับนครศรีธรรมราชให้เป็น เมืองหลวงของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของประเทศ และเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันดับ 1 ของอาเซียนได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย แต่จะทำสิ่งนี้ได้ ต้องขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคก.ก. เพื่อจะได้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ไม่ใช่การเมืองแบบเดิม ปากท้องแบบเดิม อนาคตแบบเดิม และไม่ใช่แค่เพื่อเปลี่ยนรัฐบาล แต่เพื่อเปลี่ยนประเทศ

นายพิธา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ทราบว่าคนรุ่นใหม่ที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกที่นครศรีธรรมราช เพิ่มขึ้นประมาณแสนคน มั่นใจว่าพรรค ก.ก. จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ เพราะเรามีว่าที่ผู้สมัคร 10 คน 10 เขต ที่มีประสบการณ์การทำงานหลากหลายและมีความตั้งใจจริงในการทำงานการเมืองตามแนวทางของพรรค ก.ก. สามารถเปลี่ยนเมืองคอนให้ดีได้กว่านี้

จากนั้น นายพิธาเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสอบถาม คำถามส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สิน ปัญหาที่ดินทำกิน และการกระจายอำนาจ โดยพิธาเริ่มต้นตอบเรื่องการกระจายอำนาจว่า พรรคก.ก. ต้องการปลดล็อกท้องถิ่น กระจายอำนาจ ทั้งด้านงบประมาณ ด้านภารกิจ และด้านบุคลากร เพื่อให้ทุกจังหวัดมีงบประมาณเพียงพอในการดูแลประชาชน พัฒนาจังหวัด และแข่งขันกันพัฒนาพื้นที่ จึงเสนอให้เพิ่มงบจังหวัดจัดการตนเองทุกปี ทั่วประเทศ 200,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 4 ปี แบ่งเป็น จังหวัดละ 250 ล้านบาทต่อปี เมืองละ 100 ล้านบาทต่อปี และตำบลละ 20 ล้านบาทต่อปี ให้ท้องถิ่นมีช่องทางหารายได้ใหม่ เช่น กู้เงิน ออกพันธบัตร และเมื่อเพิ่มงบประมาณ เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นจัดบริการสาธารณะในพื้นที่ได้ทั้งหมด ยกเว้นไว้เพียงบางเรื่อง ก็ต้องควบคู่ไปกับการเพิ่มความโปร่งใสและการสร้างกลไกตรวจสอบการทำงานของท้องถิ่นที่ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย เมื่อเป็นแบบนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนในนครศรีฯ เกาถูกที่คันแน่นอน

Advertisement

นายพิธา กล่าวว่า ส่วนปัญหาราคายางและราคาปาล์ม ที่ผ่านมาเราพึ่งพาการส่งออกมากเกินไป และใช้ในประเทศน้อยเกินใน ดังนั้น พรรค ก.ก. จึงวางแผนว่าในอีก 8 ปีข้างหน้า ต้องทำให้เกิดอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการใช้ยางพารา เช่น การทำสมาร์ทมิเตอร์ หรือรถเมล์ไฟฟ้า ทำให้ราคายางปรับเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชน

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรค ก.ก. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรเป็นอันดับแรก เพราะตลอด 8 ปี หนี้เกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นมาก ขณะที่อายุเฉลี่ยเกษตรกรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ย 60 ปี เราจึงเสนอนโยบายเร่งปลดหนี้ให้เกษตรกรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ด้วยการนำเอาที่ดินของเกษตรกรไปทำประโยชน์ ทำให้เกิดรายได้เพิ่มและปลดหนี้ไปพร้อมกัน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ส่วนปัญหาหนี้นอกระบบ ภาครัฐควรเข้ามาค้ำประกันให้กับคนตัวเล็กให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ พรรค ก.ก. มีนโยบายทุนตั้งตัวและทุนสร้างตัวเพื่อต่อยอดธุรกิจ รวมถึงทำให้ธนาคารมีจำนวนเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มการแข่งขันการลดดอกเบี้ย เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน ไม่ต้องไปพึ่งแหล่งกู้นอกระบบ ขณะที่ปัญหาแอปเงินกู้ สแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่หลอกลวงประชาชน เราได้พูดคุยกับหลายหน่วยงานเช่น กระทรวงดีอีเอส แบงก์ชาติ กสทช. เห็นว่าการจบเรื่องนี้ไม่ง่ายนัก เพราะต้นตออยู่ที่ต่างประเทศ แต่สิ่งที่สามารถทำได้ คือต้องกำจัดบัญชีม้าให้หมดไป เช่น ใครที่มีบัญชีธนาคารมากกว่า 5 บัญชี ต้องถูกตรวจใบหน้า และใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบตรวจจับให้มากขึ้น