หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ ตีระฆ...

บิ๊กตู่ ตีระฆังศาลหลักเมือง เยี่ยมพื้นที่สร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ลั่นต้องทำได้ถ้าได้ทำต่อ

11.03.23 | 14:18 น.

‘บิ๊กตู่’ ยกคณะลงพื้นที่สงขลา ตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อ้อนให้ความสำคัญภาคใต้ พร้อมรับปากพิจารณาหลายโครงการ ลั่นต้องทำได้ถ้าได้ทำต่อ ชี้ช่วงท้ายรัฐบาลเข้าโหมดเลือกตั้งหลายอย่างไม่ปกติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 56 ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เพื่อลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.สงขลา และยะลา

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยังใส่เฝือกอ่อนที่มือด้านขวาที่มีอาการอักเสบ ขณะที่มือด้านซ้ายยังคงใส่ที่พยุงข้อมือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณที่มีรอยจากการถอดสายใส่ยาฆ่าเชื้อ ทั้งนี้ ก่อนออกเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยกมือรับไหว้สื่อมวลชน และกล่าวทักทายว่า “สวัสดีนะจ๊ะ เดินทางปลอดภัย”

จากนั้นเวลา 11.45 น. ทันทีที่เดินทางถึง จ.สงขลา นายกฯสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา โดยนายกฯได้ไหว้เทวดา ฟ้า ดิน ซึ่งตั้งอยู่ภายนอกศาลเจ้า ก่อนมายังบริเวณที่ตั้งโต๊ะพิธีภายในศาลเจ้า ซึ่งมีดอกไม้ ธูปเทียน น้ำชา อาหาร ผลไม้ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สักการะองค์เจ้าพ่อหลักเมือง เสี่ยง ฮ๋อง เหล่า เอี๋ย และเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ภายในศาลเจ้า จากนั้นนายกรัฐมนตรีตีกลอง ตีระฆัง ตีฆ้อง เอาฤกษ์ เอาชัย เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเดินทางมาตรวจราชจังหวัดสงขลา จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการ ก่อนเดินแวะทักทายประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

Advertisement

สำหรับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีนทั้งในจังหวัดสงขลาและใกล้เคียง ตามความเชื่อของชาวสงขลาเชื้อสายจีนได้มีการอัญเชิญองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกปักรักษาเมือง เป็นองค์เจ้าพ่อหลักเมืองมีชื่อว่า เสี่ยง ฮ๋อง เหล่า เอี๋ย มาประดิษฐานไว้ ตั้งอยู่ด้านหลังของเสาหลักเมืองสงขลา โดยตามความเชื่อของชาวสงขลาเชื้อสายจีนนั้น ผู้ใดที่มากราบไหว้สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา และเทพเจ้าภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลามักจะประสบความสำเร็จ

จากนั้น นายกฯได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเชื่อม อ.เมืองสงขลากับ อ.สิงหนคร ณ ท่าแพขนานยนต์ อ.เมืองสงขลา โดยมีนายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ และ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี อดีต ส.ส.เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ นายสายัณห์ ยุติธรรม อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ว่าที่ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ทันทีที่มาถึงได้มีประชาชนมอบดอกไม้ให้การต้อนรับพร้อมแต่ตะโกนว่า “ลุงตู่สู้ๆ” และ “ชาวสงขลารักลุงตู่”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวมอบนโยบายและพบปะประชาชน ตอนหนึ่งว่า วันนี้ได้มีโอกาสมาเยือนสงขลาอีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะชาวสิงหนคร พี่น้องชาวสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง เห็นทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสดี และเห็นข้างทางก็น่ารักทุกคนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยรอยยิ้ม ซึ่งช่วงเช้าได้สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองก็ขอพรให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสุข ปลอดภัย และให้เราได้ทำงานได้สำเร็จ เพื่อพี่น้องของเราทั้งประเทศโดยเฉพาะชาวสงขลาด้วยในวันนี้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หลายโครงการที่เสนอมานั้นพร้อมนำไปพิจารณาให้ แต่ปัญหาตอนนี้มีอย่างเดียวระยะเวลาจำกัด โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงท้ายๆ ของรัฐบาล แต่ก็จะรับที่เสนอมาไปศึกษาและจัดทำเข้าแผนได้ก็จะพิจารณาให้ เพราะเห็นใจความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะเรือข้ามฟากที่ต้องนั่งรอใช้เวลานาน ซึ่งทราบว่าวันนี้เรือแพขนานยนต์มี 3 ลำ วิ่งเช้าถึงกลางคืน น่าจะหามาวิ่งซัก 10 ลำ ก็จะไปดูให้ว่าจะทำได้อย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของราคาด้วยเพราะเดือดร้อนเรื่องใช้เวลารอนาน แออัด และค่าเดินทางค่าโดยสารแพงหรือไม่ จะรับไปศึกษาตรงนี้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งภาคใต้ให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยมีอะไร ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน และก็พยายามให้มาตลอด ซึ่งหากรวมยอดก็ถือว่าให้จำนวนมากแล้ว ต้องทำในเรื่องที่ไม่ได้ทำและวันนี้ก็รับมาเรื่องที่จะทำใหม่ จะสั่งให้ทบทวนทั้งหมดว่าเรื่องไหนทำได้บ้าง แต่ต้องเข้าตามกรอบวิธีการงบประมาณ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้มาก็ดีใจเห็นทุกคนพูดยิ้มแย้มแจ่มใส พอฟังโครงการต่างๆ เจ็บท้องเลย ว่าทำไมไม่ทำมาก่อนนี้ จะได้เริ่มทำที่ใหม่ๆ กว่านี้บ้าง กลับมาทำเรื่องเดิมๆ ไม่เข้าใจ ยืนยันว่ารับไปทุกเรื่องและจะหาวิธีพิจารณาว่าจะทำกันอย่างไร โดยต้องให้เกิดผลสัมฤทธิ์

อย่างไรก็ตาม เมื่อนายกฯพูดถึงช่วงนี้ ได้มีเด็กหญิงคนหนึ่งมายืนฟังที่บริเวณหน้าเวที นายกฯจึงเรียกขึ้นมาเวทีพร้อมกับอุ้ม ก่อนกล่าวว่า “รู้แล้วว่าส่งเด็กมาหานายกฯ นายกฯใจอ่อนใช่ไหม เด็กตกใจที่คนเยอะ ไม่ใช่ตกใจลุงใช่ไหม ลุงใจดีจะตาย”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ย้ำว่ารัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ให้ทุกคนมีความสุขและทั่วถึง ปัญหาอะไรต่างๆ ที่ซ้ำซากยาวนานต้องแก้ไข อาจจะไม่สำเร็จภายในครั้งเดียวแต่ต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ ทุกกิจกรรม ไม่ใช่ไปกี่ทีก็ซ้ำแต่ของเดิม ซึ่งสิ่งต่างๆ เราทำมาเยอะพอสมควร วันนี้ก็มารับเรื่องนี้ต่อไป เพราะสำคัญทุกเรื่องโดยต้องร่วมมือและบูรณาการกัน ที่ผ่านมาสิ่งที่เราทำสำเร็จแล้วคือการผ่านพ้นโควิดมาด้วยกัน วันนี้พอโควิดไปก็มีความต้องการในเรื่องอื่นๆ เข้ามา ซึ่งก็เห็นใจ

จากนั้นมีประชาชนตะโกนว่า “นายกฯทำได้” พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวตอบว่า “มันต้องได้ ถ้าได้ทำนะ” ก่อนจะหัวเราะ และกล่าวว่า ก็ทำแบบนี้มาตลอดอยู่แล้วไม่ต้องกลัว วันนี้รับฟังความเดือดร้อนอ่านเอกสารอะไรต่างๆ และมาฟังทุกคนในวันนี้ ก็เห็นว่ามีงานค้างอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ ย้ำว่าหลายอย่างไม่ใช่ให้แล้วจบเลย แต่ต้องศึกษาและผ่านขั้นตอนต่างๆ แต่รับว่าจะเร่งพิจารณาให้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า วันนี้ยังไม่กล้าพูดใต้พูดใต้กลายเป็นอีสานไปแล้วตอนนี้ ก่อนที่ชาวบ้านจะยุให้พูดใต้ นายกฯจึงกล่าวว่า “รักจังหู้ หรอยแรง” และกล่าวว่า เดี๋ยวไปหัดต่อต้องหัดให้ได้ “ได้ม้าย”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ไม่ต้องพูดเยอะให้เสียเวลา เพราะรู้ว่าท่านต้องการอะไร และตนต้องทำอะไร วันนี้ดีใจที่มาพบกัน และต้องทำเป็นความรับผิดชอบของนายกฯและรัฐบาลที่ต้องทำแบบนี้ ทำให้ต่อเนื่องจะได้เริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้บ้าง ไม่ใช่วนกลับของเก่าไม่ได้

ทั้งนี้ ระหว่างที่นายกฯกล่าวบนเวทีได้มีเสียงเชียร์จากประชาชนตะโกนต่อเนื่อง จนนายกฯต้องกล่าวแซวว่า “ผู้ว่าฯเอามาจากไหน น่าจะพาไปตะโกนหน้าทำเนียบ”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สรุปว่าจะรับไปดูแลให้ แต่วันนี้เป็นช่วงท้ายของรัฐบาลด้วย มันต้องไปสู่การเลือกตั้งที่ว่า ตนไม่อยากพูดตรงนี้ หลายอย่างมันไม่ปกติที่จะต้องทำ แต่ก็รับปากไว้ว่าต้องดำเนินการต่อเนื่องด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่ต้องทำให้ได้

จากนั้นนายกฯได้แนะนำคณะที่เดินทางมาด้วยกับประชาชน พร้อมกล่าวว่า ตอนนี้จำหน้าคนได้มากขึ้นแต่ลืมชื่อคนลง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าคุยแล้วอีกนาน คุยแล้วนายกฯชอบไม่เครียดสนุก ขณะเดียวกันก็แฟนความเป็นจริงด้วย ถ้าเราไม่ดูแลกันใครจะดูแลทั้งส่วนกลางส่วนภูมิภาคส่วนท้องถิ่นทุกจังหวัดเดือดร้อนมีปัญหาทุกจังหวัดรัฐบาลต้องดูแลแบบนี้ แต่ต้องดูแลไม่ให้มีปัญหากระทบกับเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะงบประมาณรู้อยู่แล้วว่าจำกัด วันนี้รัฐบาลพยายามลงทุนหารายได้เข้าประเทศ ถ้ามีรายได้เยอะมาก็จะดูแลประชาชนได้มากขึ้น เป็นสิ่งที่วางระยะยาว นั่นคือวิสัยทัศน์ ถ้าไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีแผน ไม่มียุทธศาสตร์ก็เลิกพูด เพราะทำอะไรไม่ได้เลิกทำต่อ แบบนี้ใช้ไม่ได้ ไม่ได้ว่าใคร

นายกฯกล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอให้ทุกคนมีความสุข รักกันมากๆ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนนั่นคือหัวใจของนายกฯ” ก่อนที่จะลงเวทีพบปะทักทายกับประชาชน พร้อมถ่ายรูปร่วมกับชาวบ้านที่มาต้อนรับเป็นที่ระลึก ก่อนที่นายกฯ จะออกเดินทางไปพบปะประชาชนชาวหาดใหญ่ ที่ตลาดสันติสุข และตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่

โดย พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางโดยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลฟาร์ด สีดำ ทะเบียน วอ-8 กรุงเทพมหานคร ในการปฏิบัติภารกิจที่ จ.สงขลา ซึ่งมีนายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ และ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี อดีต ส.ส.เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ นายสายัณห์ ยุติธรรม อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ว่าที่ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ ประชาชน และนักท่องเที่ยว รอให้การต้อนรับ