หน้าแรก การเมือง อนุสรณ์ ธรรมใ...

อนุสรณ์ ธรรมใจ คาด กระทรวงต่างประเทศ ‘เริ่มกลับลำถูกทิศ’ หลังเคยเสียศูนย์ แนะหาข่าวเชิงลึก

12.03.23 | 16:17 น.
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ (แฟ้มภาพ)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องสีดา โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ สภาที่ 3 ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดเสวนาวาระประเทศไทย เรื่อง “ความสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์โลก กับเศรษฐกิจและการเมืองประเทศไทย” โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (SVN.), รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และนักวิชาการอิสระร่วมอภิปราย

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า ไทยต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดในเวทีโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม และสิ่งที่ประเทศไทยต้องการมากที่สุดคือพลเมืองซึ่งมีความกระตือรือร้น active citizen ซึ่งต้องขยายพลังให้มากขึ้น เพื่อมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสมกับพลวัตใหม่ของโลก เพราะอาจจะเกิดสงครามเย็นรอบใหม่ระหว่างมหาอำนาจสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งต่างขยายอำนาจมาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่จีนเติบโตขึ้นและสหรัฐอเมริกาพยายามจะปิดล้อมจีน แม้การต่อสู้ในเชิงอุดมการณ์สิ้นสุดลงหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย แต่การแข่งขันเชิงดุลอำนาจนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า ท่ามกลางความขัดแย้งการต่อสู้การแข่งขันในเชิงอำนาจระหว่างจีนกับสหรัฐเป็นประเด็นสำคัญที่ไทยจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะนโยบายต่างประเทศต้องยึดมั่นในความเป็นกลางและการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด การเคารพคุณภาพแห่งดินแดน โดยไม่จำเป็นและไม่ควรต้องเลือกข้าง เพราะไทยไม่ได้เป็นประเทศใหญ่ ไม่ได้มีกองกำลังทหารยิ่งใหญ่ เศรษฐกิจก็พัฒนาในระดับกลางๆไม่ได้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก ดังนั้น สถานะจึงต้องคบกับทุกคน และยืนหยัดในหลักการที่ถูกต้องคือ สันติภาพ

นอกจากนี้ ไทยต้องยึดผลประโยชน์แห่งชาติและไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อขั้วที่มีความขัดแย้งกัน ต้องยึดหลักความเป็นจริงว่าอะไรก็ตามที่กระทบกับคนไทย กระทบผลประโยชน์ของชาติไทยเราไม่ทำ แต่ต้องแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับการรุกราน เคารพหลักบุรณภาพแห่งดินแดนหรือต้องพร้อมประนามการรุกรานประเทศอื่น และบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการฝึกของไทยต้องทำมากกว่าที่เป็นอยู่คือต้องหาข่าวเชิงลึกด้วย นอกเหนือจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

“ไม่ใช่ไม่ประนามทั้งที่มันควรต้องประนาม เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ตอนนี้เข้าใจว่ากระทรวงต่างประเทศเริ่มกลับลำมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว หลังจากที่เสียศูนย์ไประยะหนึ่งในช่วงแรกประเด็นนี้มันก็เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศ ถ้าเราวางสถานะไม่ถูกต้องเราก็อาจจะได้รับผลกระทบได้ ทูตของไทยไม่ใช่ทำงานเรื่องการเจริญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ในการหาข่าวให้ประเทศด้วยว่าลึกๆแล้วมันเป็นยังไง กระบวนการการตัดสินใจของแต่ละประเทศของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะมหาอำนาจเป็นอย่างไร..เราก็ต้องวางสถานะให้มันถูกต้องเพื่อให้เราได้ประโยชน์”

Advertisement

เราก็ต้องมองอนาคตให้มันชัดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นยุโรป เมื่อยุโรปจะเกิดปัญหา ในเชิงยุทธศาสตร์เราต้องเป็นเพื่อนกับประเทศในเอเชียมากขึ้น ต้องเปิดตลาดและเพิ่มการค้าเพิ่มการลงทุนในเอเชียมากขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าสงครามในยุโรปจะจบเมื่อไหร่ จะยืดเยื้อขนาดไหน ซึ่งจะยืดเยื้อแน่นอน เพราะรัสเซียไม่ได้รบกับยูเครนประเทศเดียว แต่มีประเทศยุโรปและอเมริกาอื่นหนุนหลัง และจีนที่เหมือนไม่เลือกข้างแต่สนับสนุนรัสเซียเป็นนัย” รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว