หน้าแรก การเมือง เลขาครป. โยนค...

เลขาครป. โยนคำถามทุกพรรคสู่รัฐบาลใหม่ ปม ‘บทบาทไทย’ ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

12.03.23 | 16:50 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องสีดา โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ สภาที่ 3 ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดเสวนาวาระประเทศไทย เรื่อง “ความสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์โลก กับเศรษฐกิจและการเมืองประเทศไทย” โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (SVN.), รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และนักวิชาการอิสระร่วมอภิปราย

นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งกันครองความเป็นใหญ่และการขยายอิทธิพลของมหาอำนาจในหลายภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็นคาบสมุทรเกาหลี ทะเลจีนใต้ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก กรณีพม่า-ไทย หรือคาบสมุทรไครเมีย ที่ไทยเลือกสนับสนุนข้อมติล่าสุดของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เรียกร้องให้มีการยุติสงครามในยูเครนทันทีนั้น

เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ได้อธิบายถึงเหตุผลในการลงคะแนนของไทย ว่าประเทศไทยยืนหยัดแน่วแน่ต่อกฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นสิ่งที่ต้องยึดมั่นในหลักปฏิบัติอันป็นมาตรฐานของนานาอารยะประเทศ และไทยยึดมั่นในสิทธิของประชาชนต่อการดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอันเป็นสากลและไม่อาจต่อรองได้ ข้อพิจารณาในมนุษยธรรมจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการเลือกปฏิบัติ และเรียกร้องให้มีการเจรจาสันติภาพ

“ต้องถือว่าคำประกาศของประเทศไทยฉบับนี้ เป็นคำประกาศที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งในปัจจุบัน ที่ประเทศไทยควรยืนอยู่บนหลักการสิทธิมนุษยชนและหลังพิงกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อมีบทบาทในการผลักดันกระบวนการสันติภาพ ท่ามกลางความซับซ้อนของสงครามและความขัดแย้งในโลกปัจจุบัน  ขณะที่สงครามตัวแทนกำลังดำเนินไปในพื้นที่สำคัญของภูมิรัฐศาสตร์โลก นอกจากความขัดแย้งในพม่าที่มีหลังพิงเป็นมหาอำนาจ 2 ฝ่ายแล้ว ความเคลื่อนไหวในคาบสมุทรเกาหลีและทะเลจีนใต้ก็กำลังปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 70 ปีสัญญาสงบศึกสงครามเกาหลี” นายเมธากล่าว

นายเมธา กล่าวว่า เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ กำลังหารือเกี่ยวกับวิธีการปรับปรุงกองบัญชาการสหประชาชาติ ในสงครามเกาหลีเดิมที่นำโดยสหรัฐฯ ให้ทันสมัย ในการประชุมที่กรุงโซลเพื่อฉลองครบรอบ 70 ปีพันธมิตรสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศได้ยืนยันแผนการหารือดังกล่าวที่จะเป็นหนึ่งในภารกิจด้านนโยบายที่สำคัญของกระทรวงกลาโหมในปี 2566 เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับความจำเป็นในการปรับปรุง ระบบการปฏิบัติงานของกองบัญชาการสหประชาชาติ UNC ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนเพื่อหารูปแบบที่ดีที่สุดใหม่  เพื่อบรรลุภารกิจสำคัญสองประการที่โซลและวอชิงตันตกลงร่วมกัน เพื่อแจ้งให้สมาชิก 16 ประเทศที่ส่งกองกำลังเข้าร่วมสงครามเกาหลี ขอให้ยืนยันคำมั่นที่จะมีส่วนร่วมในสงครามอีกครั้ง โดยคณะกรรมการเอเชียแปซิฟิคเพื่อสันติภาพและการรวมชาติเกาหลี ได้ออกประกาศแจ้งเตือนถึงอันตรายนี้ โดยเรียกร้องให้ประชาชนได้ร้องไปยังรัฐบาลของตนที่จะไม่ตกลงที่จะเข้าร่วมอีกครั้งในการปฏิบัติการทางทหารใดๆ ในเกาหลี ซึ่งอาจปะทุขึ้นอีกครั้งจากความต้องการของประเทศมหาอำนาจ

Advertisement

แต่ไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีทั้งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือในปัจจุบัน มีบทบาทเชื่อมสัมพันธ์เพื่อสันติภาพหลายกลุ่มความขัดแย้งในโลก จะต้องวางบทบาทตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของพลวัตภูมิรัฐศาสตร์โลกให้ดี สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเคยลงมติตั้งแต่เดือนธันวาคม 2518  เห็นว่ามีความจำเป็นต้องยุบ กองบัญชาการองค์การสหประชาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ และถอนทหารต่างชาติทั้งหมดที่ประจำการในเกาหลีใต้ออก แต่เรื่องนี้ไม่เคยทำให้เกิดขึ้น และสงครามตัวแทนในคาบสมุทรเกาหลีก็รอวันปะทุใหม่

“ในอดีตอินเดียมีบทบาทสำคัญในการสงบศึกสงครามเกาหลี จีนมีบทบาทสำคัญในการยุติสงครามเวียดนาม-สหรัฐฯ วันนี้ใครจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้วิกฤตความขัดแย้งจากสงครามยูเครน รัสเซียหรือสหรัฐฯ จีนหรือฝรั่งเศส วันนี้ชนวนสงครามเหมือนกำลังถูกจุดประกายไฟขึ้นอีกครั้งในทะเลจีนใต้และบนคาบสมุทรเกาหลี ทั้งที่ผ่านพ้นไป 70 ปีแล้ว และประเทศไทยจะวางบทบาทอย่างไรในยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นคำถามต่อทุกพรรคการเมืองและรัฐบาลใหม่ ที่จะต้องกำหนดนโยบายให้ดี เพราะนโยบายต่างประเทศจะกำหนดนโยบายความมั่นคงภายใน ไทยควรวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ในพลวัตภูมิรัฐศาสตร์โลกให้ชัดเจน โดยต้องเป็นมิตรกับทุกประเทศและมีจุดยืนเพื่อมนุษยชาติอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ” นายเมธา กล่าว