เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ การแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติและสถานะของเด็กนักเรียนและบุคคลไร้สัญชาติที่เกิดในราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 โดยเด็กนักเรียนและบุคคลที่จะขอสัญชาติไทยต้อง 1.มีบิดามารดาเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราฏร และต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยไม่น้อยกว่า 15 ปี โดยมีหลักเกณฑ์ ประกอบด้วย ต้องมีหลักฐานการเกิดในประเทศไทย ไม่เคยมีสัญชาติอื่นมาก่อน พูดไทยได้ มีความจงรักภักดี เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องมีการประพฤติดี ไม่เป็นภัยต่อความมั่นคง 2.เด็กและบุคคลที่ศึกษาเล่าเรียนในสถาบันการศึกษาและจบการศึกษาแล้วแต่ไม่มีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถขอสัญญาติได้ หากจบชั้นอุดมศึกษาเรื่องเทียบเท่า และหากได้รับทุนจากรัฐบาลไทยไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็สามารถได้รับสัญชาติไทยได้ ส่วนคนไร้รากเหง้าจะต้องได้รับหนังสือรับรองจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งต้องอยู่อาศัยในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี นอกจากนี้ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ หากมีความจำเป็นก็สามารถขอมีสัญชาติไทยได้ โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน

