หน้าแรก การเมือง ‘เพื่อไทย’ ยั...

‘เพื่อไทย’ ยัน มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ ลั่นนโยบายดีๆ ใครๆ ก็พูดได้ แต่พรรคที่ทำได้คือ พท.

13.03.23 | 12:03 น.

‘เพื่อไทย’ ชี้ ต้องสร้างรายได้ภายใต้ 8 ปีที่ผ่านมา ยัน มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทั้งเอสเอ็มอี-การศึกษา ลั่นนโยบายดีๆ ใครๆ ก็พูดได้ แต่พรรคที่ทำได้คือ พท.

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 เวทีแรกของแคมเปญ “มติชน : เลือกตั้ง 2566 บทใหม่ประเทศไทย” ซึ่งจัดที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) ภายใต้หัวข้อ “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” ที่มีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองร่วมขึ้นเวทีประชันนโยบาย

โดยรอบที่ 2 เป็นการดีเบตในหัวข้อ “เตรียมนโยบายและมาตรการอะไรบ้าง เพื่อจะแก้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวย-คนจน ธุรกิจขนาดใหญ่-ผู้ค้าขายรายย่อย” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรค พท.ชัดเจนว่าหน้าที่ของเราคือการสร้างรายได้ภายใต้ 8 ปีที่เศรษฐกิจถดถอย ล้าหลัง สิ่งสำคัญคือเราแก้ทุกมิติ เศรษฐกิจจะเติบโตได้ รากฐานหรือคนที่อยู่มีรายได้น้อยจะต้องได้รับการดูแลก่อน เมื่อรดน้ำที่รากจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน จะมีการจ้างงานได้มากขึ้น รัฐบาลจะมีภาษีเพิ่มมากขึ้นและภาษีนี้จะกลับมาดูแลเรื่องสวัสดิการต่างๆ ให้ยกขึ้น วันนี้ทุกคนพูดถึงเรื่องการใช้เงินเพื่อสวัสดิการ แต่ที่มาของเงินต้องมาจากรายได้ ซึ่งเรื่องของความเหลื่อมล้ำนั้น มีผลศึกษาว่าการที่ทำให้เศรษฐกิจของชนชั้นบนเพิ่มขึ้น 1% ภาพรวมของจีดีพีถอยลงไป 0.8 แต่ในทางตรงข้ามหากมารองรับในส่วนล่าง 20% จะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.48 ฉะนั้น หน้าที่ของเราการแก้ปัญหาของรากฐานหรือผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่แก้เพื่อคนมีรายได้น้อยแต่เป็นการยกระดับขึ้นมาทั้งในระดับเศรษฐกิจและไปทั้งประเทศ มาตรการเหล่านี้พรรค พท.คิดไว้ครบทุกมิติ เบื้องต้นเราอาจจะต้องแก้ปัญหาในระยะสั้น คือทำให้การท่องเที่ยวกลับเข้ามา เรื่องที่สองคือเรื่องภาคเกษตร เราจะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเป็น 3 เท่าภายใน 4 ปี ส่วนที่สาม ธุรกิจเอสเอ็มอี ปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องของการตลาดและการเงิน วิธีการเพิ่มผลผลิต เราจะดูแลแน่นอน

นพ.พรหมินทร์กล่าวต่อว่า สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือการส่งต่อความเหลื่อมล้ำ มันอยู่ที่เรื่องของการศึกษา เพราะ 25% ของความเหลื่อมล้ำเกิดจากการศึกษา ฉะนั้น เราจึงมีเรื่องนโยบายการศึกษาที่จะดูแล เรียนรู้เพื่อรายได้ เรียนรู้ได้ตลอดชีวิตโดยใช้เทคโนโลยีใหม่มาจัดการ อย่างไรก็ตาม การที่เราเสนอคำขวัญคิดใหญ่ ทำเป็น เพราะพรรค พท.ใช้การคิดแบบภาพรวมทุกเรื่อง ตั้งแต่ต่างประเทศมาจนถึงในประเทศนำไปถึงการทำให้เป็นจริง รวมถึงเราหาคำตอบ ซึ่งยืนยันว่าเราหาคำตอบได้ และเราจะแก้ทุกมิติ รวมถึงแสวงหาศักยภาพซ่อนเร้นที่ถูกลืม นอกจากนี้เราจะหยิบซอฟต์เพาเวอร์จากครอบครัวมาสร้างรายได้ เราเห็นความสำคัญของการศึกษา เรียนรู้เพื่อสร้างรายได้ เราจึงจะยกระดับไปพร้อมๆ กันตั้งแต่ข้างล่าง แล้วความเหลื่อมล้ำจะหายไป นโยบายดีๆ ใครๆ ก็พูดได้ แต่พรรคที่ทำได้คือพรรค พท.