‘ปชป.’ ย้ำชัด มีนโยบายเสริมซอฟต์เพาเวอร์ให้แข็งแรงโดยใช้เงินที่มีอยู่ ชูตั้งธนาคารหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 2 ล้าน
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 เวทีแรกของแคมเปญ “มติชน : เลือกตั้ง 2566 บทใหม่ประเทศไทย” ซึ่งจัดที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) ภายใต้หัวข้อ “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” ที่มีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองร่วมขึ้นเวทีประชันนโยบาย
โดยรอบที่ 2 เป็นการดีเบตในหัวข้อ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ / Soft Power” มีนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Soft Power อย่างไร นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เรื่องซอฟต์เพาเวอร์มีการพูดกันมาก ทุกวันนี้เราพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลักว่าประเทศไทยมีความสามารถในการดึงดูดชาวต่างประเทศให้มาท่องเที่ยว และทุกวันนี้เรายอมรับว่าการท่องเที่ยวเป็นเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจไทย เป็นแหล่งจ้างงานของไทย ทำรายได้เข้าประเทศปีหนึ่งเกือบ 2 ล้านล้านบาทก่อนที่จะเกิดโควิด ซึ่งโควิดทำให้รายได้ของประเทศไทยขาดหายไปไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท
ฉะนั้นนโยบายของ ปชป. เราจะต้องดึงการท่องเที่ยวกลับเข้ามา รวมไปถึงเรื่องของธุรกิจต่อเนื่อง เพราะการมีรายได้ตกต่ำ เกิดการขาดทุน เราจึงต้องมีมาตรการอื่นๆ เข้ามาช่วย ทั้งธุรกิจโรงแรม โดยการช่วยเรื่องเงินทุน เรามีการตั้งกองทุน ประมาณ 3 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเสริมทุนให้กับเอสเอ็มอีต่างๆ เพื่อที่จะสร้างซอฟต์เพาเวอร์ให้กับประเทศไทย เรื่องเงินทุนเหล่านี้ เราจะทำโดยไม่มีการสร้างหนี้ให้งบประมาณ แต่เป็นเงินนอกงบประมาณที่มีอยู่แล้ว แต่ข้าราชการนั่งทับไว้ เรื่องซอฟต์เพาเวอร์เรายังมีด้านอื่นที่มีปัญหาระหว่างการทำงานของกระทรวงต่างๆ ที่ทำให้การท่องเที่ยวยังไปไม่ดีเท่าที่ควร
นายพิสิฐกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ปชป.มีการตั้งธนาคารหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท เงินที่จะลงไปจะต้องผ่านการกรองอย่างดีและลงไปยังจุดที่จะช่วยให้ชุมชนต่างๆ สามารถสร้างซอฟต์เพาเวอร์ให้ตัวเองในการหารายได้เข้าท้องถิ่น เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรม ที่สำคัญคือเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ชาวต่างประเทศ และยังมีซอฟต์เพาเวอร์ด้านอื่นๆ ที่สามารถส่งออกได้ เช่น มวยไทย อาหารไทย
ดังนั้นจึงเห็นว่าซอฟต์เพาเวอร์ของไทยมีอยู่แล้ว แต่สำคัญเรื่องเงินทุนที่ขาดหายไป ดังนั้น ปชป.มีนโยบายชัดเจนที่จะเสริมซอฟต์เพาเวอร์เหล่านี้ให้แข็งแรงขึ้นโดยการใช้เงินของเราที่มีอยู่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ไม่ต้องมีการก่อหนี้ใหม่

