ผศ.ดร.ประพันธ์ พงษ์เกียรติกุล นายกสมาคมส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร กล่าวถึงฝุ่น PM2.5 ว่า ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนต้องช่วยกัน ที่ต้องเพิ่มเติมคือความตระหนัก คนเริ่มไม่สวมหน้ากากอนามัย ทั้งที่ค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลต่อสุขภาพ เดิมทีค่าฝุ่นจะอยู่แค่ในช่วงเดือนมกราคม แต่กลายเป็นว่าในช่วงนั้นกลับไม่มีฝุ่นสะสมเลย แต่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง มวลอากาศเย็นเข้ามาในเดือนมีนาคม อากาศหยุดนิ่ง ค่าฝุ่นสะสมสูงขึ้น ประกอบกับกิจกรรมต่างๆ กลับมาเปิดเมื่อพ้นโควิด จึงอยากให้ภาคเอกชน นำองค์ความรู้เรื่องโควิด หรือฝุ่น กลับมาใช้ ทั้งการทำงานจากที่บ้าน (WFH) สวมหน้ากากอนามัย งดการออกกำลังกาย ทำกิจกรรมในช่วงเช้า ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทในช่วงเช้าและค่อยเปิดในช่วงสาย ที่ค่าฝุ่นเริ่มมีปริมาณลดลง
ในการเสวนาที่จัดโดยมติชน ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวว่า ปัญหา PM2.5 แบ่งเป็น 2 ส่วน ในส่วน กทม. แหล่งที่มามากที่สุดมาจากท้องถนน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ เครื่องยนต์ ต้องออกกฎหมาย มาตรการมาควบคุม ส่วนต่างจังหวัด แบ่งเป็น3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ 1.ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่อุทยานฯ 2.พื้นที่ป่าสงวนฯ 3.พื้นที่เกษตร กระทรวงทรัพยากรฯดูแลกรมอุทยานฯ ซึ่งปิดไปแล้วบางส่วนทางภาคเหนือ ส่วนป่าสงวนฯ ภารกิจดับไฟป่าโอนให้ไปอยู่กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จะต้องเร่งตั้งงบประมาณ และช่วยกันทำตามหน้าที่ ในส่วนพื้นที่เกษตร การเผาไหม้ในพื้นที่ต่างๆ หน่วยงานต้องไปคุยกับประชาชนเพื่อทำความเข้าใจ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงต่างประเทศก็ต้องดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อขอความร่วมมือจากต่างประเทศ
ปัญหาฝุ่น PM2.5 กระทบคนไทยทุกคน เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหา ขณะที่พรรคการเมืองต้องมีนโยบายเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว คุณภาพอากาศเป็นเรื่องสำคัญ มีผลต่อสุขภาพประชาชน ซึ่งเริ่มมีตัวเลขผู้ป่วยหรือมีอาการแพ้อากาศมากขึ้นเรื่อยๆ และในฐานะที่เป็นประเทศท่องเที่ยว หากคุณภาพอากาศมีปัญหา และเป็นที่รับรู้ไปอย่างกว้างขวาง จะกลายเป็นข้อรังเกียจ และเป็นอุปสรรคกับการท่องเที่ยวได้ ดังนั้น ทุกฝ่ายที่มีหน้าที่ต้องลงมือดำเนินการโดยทันที

