สรุปข่าวเด่น : 8 บิ๊กเนมโชว์เข้ม เวทีดีเบต’มติชน’ จับคู่ดวลไอเดียแก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-112
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) เครือมติชนจัดแคมเปญ มติชน : เลือกตั้ง 2566 บทใหม่ประเทศไทยเป็นเวทีแรกจากทั้งหมด 5 เวทีภายใต้หัวข้อ ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง มีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองร่วมขึ้นเวทีประชันนโยบาย ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปชป. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานนโยบายพรรค ปชป. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรค ชทพ.
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านนโยบายและเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ก.ก. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรค ก.ก. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรค ทสท. โดยมี น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย พร้อมผู้บริหารเครือมติชนให้การต้อนรับ โดยมีนายสุวิกรม อัมระนันทน์ หรือเปอร์ พิธีกรชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินรายการ นอกจากนี้ ยังมีแฟนคลับของแต่ละพรรคมาร่วมชูป้ายส่งเสียงเชียร์ตัวแทนแต่ละพรรคกันอย่างคึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกติกาการเปิดเวที จะแบ่งเป็น 3 รอบ รอบที่ 1 ย้ำจุดยืน ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรค ต้องจับสลากคำถาม เพื่อตอบคำถามกันสดๆ มีเวลาในการตอบพรรคละประมาณ 10 นาที ทั้งนี้ ในรอบที่ 1 ย้ำจุดยืน นายพริษฐ์ ตัวแทนนายพิธา หัวหน้าพรรค ก.ก. กล่าวตอบคำถามที่พิธีกรเป็นผู้เลือก โดยถามถึงจุดยืนเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 ว่าด้วยการยุยงปลุกปั่นก่อความไม่สงบพรรค ก.ก.จะรับมือหรือคลี่คลายกรณีที่สังคมที่มีข้อเห็นต่างข้อกฎหมายอย่างไรว่า ในมุมมองพรรคยืนยันว่า ทั้ง 2 มาตรา เป็นเรื่องในเชิงของการบังคับใช้ และเนื้อหาสาระที่เป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพของการแสดงออก จึงเสนอว่าต้องพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาว่าจะทำอย่างไรให้กฎหมายทั้ง 2 มาตรานี้ได้ทบทวนแก้ไข สำหรับมาตรา 112 มี 3 ปัญหาที่เสนอแก้ไข คือ 1.ปัญหาการบังคับใช้ 2.ปัญหาความหนักของโทษ เสนอให้ลดโทษจำคุก 0-1 ปี และ 3.ปัญหาเรื่องผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่วนมาตรา 116 เป็นมาตราที่อุปสรรคต่อเสรีภาพการแสดงออกเช่นกัน จึงต้องทบทวนจำกัดนิยามให้แคบลง เพื่อไม่ให้ใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม
จากนั้น นายพริษฐ์ได้สิทธิเลือกให้ นพ.พรหมินทร์ ประธานคณะกรรมการด้านนโยบายและเศรษฐกิจ พรรค พท. ตอบคำถามเดียวกันว่า เมื่อพูดถึงมาตรา 112 เห็นด้วยที่มีกฎหมายปกปักรักษาประมุขเป็นเรื่องจำเป็น แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในกรอบของกฎหมายอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับรายประเด็นที่พรรคก.ก.เสนอมาว่าต้องมีการแก้ไข
ขณะที่ นายสนธิรัตน์ กล่าวตอบคำถามในหัวข้อจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า จุดยืนของพรรค พปชร.เห็นว่าสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากเรื่องใดก็ตามที่นำมาบังคับใช้แล้ว ไม่สามารถขับเคลื่อนตามเจตนารมณ์ของผู้ร่างในตอนนั้น หรือเกิดข้อถกเถียง ประเด็นเหล่านี้สามารถนำมาพิจารณาในการแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญคือประโยชน์ของประชาชน จุดยืนของพรรคคือทำทุกอย่างเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมที่จะยื่นมือโอบกอดทุกพรรคการเมือง พร้อมที่จะรวมพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อตั้งรัฐบาลและก้าวข้ามความขัดแย้ง และสิ่งใดก็ตามเป็นสาเหตุความขัดแย้ง แม้เป็นรัฐธรรมนูญก็ต้องดำเนินการแก้ไขหากว่าพรรค พปชร.ได้เสียงข้างมากในสภา
ต่อมาเป็นคำถามเรื่องการปฏิรูปกองทัพ พรรคมีจุดยืนและมีข้อเสนออย่างไร โดยพิธีกรได้เลือกให้ นายสุวัจน์ตอบคำถามว่า การปฏิรูปกองทัพเป็นเรื่องปกติที่จะพูด เพราะเป็นส่วนราชการทั่วไป จึงอาจมีข้อบกพร่อง และต้องปฏิรูปให้ดีขึ้น วันนี้กระแสสังคมกดดันและแสดงความเป็นห่วง ในส่วนกองทัพมีหลายประเด็นที่ต้องพูดถึง หากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จะเป็นเรื่องที่ดี เช่น เรื่องการเกณฑ์ทหาร ถ้าทำให้มีรายได้ที่ดี มีการเลื่อนตำแหน่งไปสู่จุดสูงสุดได้ ผู้ที่ประสงค์จะเป็นทหารอาจมากพอที่ไม่ต้องพูดเรื่องเกณฑ์ทหาร
จากนั้น นายสุวัจน์ เป็นผู้เลือกให้นายพริษฐ์ ตอบคำถามเดียวกันในเรื่องการปฏิรูปกองทัพว่า พรรค ก.ก.มี 5 เป้าหมายในการปฏิรูปกองทัพ คือ 1.การทำให้กองทัพไม่แทรกแซงการเมือง โดยให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเมือง ต้องเขียนข้อบัญญัติปิดช่องการรัฐประหาร 2.กองทัพต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ 3.การทำให้กองทัพเท่าทันโลก คือการลดขนาดกองทัพลง 30-40% 4.การไม่ให้ทหารถืออภิสิทธิ์เหนือประชาชนและพลเรือน และ 5.การทำให้พลทหารทุกระดับชั้นปลอดภัยมั่นคงมีอนาคตไม่ถูกธำรงวินัย และมีสวัสดิการที่เพียงพอ มีอนาคตก้าวหน้าได้
ด้านคำถามเรื่องจุดยืนการนิรโทษกรรม โดยพิธีกรจับสลากให้ นายอนุทิน ตอบคำถาม โดยกล่าวว่า ในหัวข้อเห็นด้วยหรือไม่ว่าการนิรโทษกรรม พรรค ภท. เห็นด้วยมาโดยตลอด สำหรับการนิรโทษกรรมผู้ที่มีความต่างทางการเมือง แต่ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมผู้ที่ทำการทุจริตต่อบ้านเมือง คอร์รัปชั่น และต้องการสร้างให้เกิดความแตกแยกอย่างตั้งใจ ทำลายทรัพย์สินต่างๆ ของบ้านเมือง ทำร้ายประชาชน สิ่งเหล่านี้พรรคภท.ไม่เห็นด้วย และการนิรโทษกรรมต้องดูเป็นกรณีๆ ไป ฯลฯ

